ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ชัชชาติ เผยสถานการณ์ฝน กทม. ดีขึ้น กำชับเฝ้าระวังริมคลอง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เผย กทม. ปริมาณฝนสะสมสูง 320 มม. คาดการจราจรกลับสู่ภาวะปกติใน 2 วัน แต่พื้นที่ชุมชนต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
สด27 Sep 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ชัชชาติ เผยสถานการณ์ฝน กทม. ดีขึ้น กำชับเฝ้าระวังริมคลอง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ชัชชาติระบุสถานการณ์ฝน กทม. ดีขึ้นหลังหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัว
  • ปริมาณฝนสะสมสูงถึง 320 มิลลิเมตรในรอบ 2-3 วันที่ผ่านมา
  • คาดใช้เวลา 2 วันให้การจราจรปกติ และ 2 สัปดาห์สำหรับชุมชน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 กันยายน เวลา 09.20 น. ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยระบุว่าสถานการณ์โดยรวมเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมอยู่บริเวณกลางเมืองได้เคลื่อนตัวออกไปแล้ว ส่งผลให้ปริมาณฝนในพื้นที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ก่อนหน้านี้ กรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ซึ่งสร้างปริมาณน้ำสะสมจำนวนมาก ส่งผลให้ระบบระบายน้ำในหลายจุดต้องทำงานอย่างหนักและน้ำในคลองเอ่อล้นขึ้นมาท่วมขังบนผิวการจราจร โดยมีรายละเอียดปริมาณน้ำที่ต้องเร่งระบายออกประกอบด้วย:

  • ปริมาณฝนสะสมสูงสุดถึง 320 มิลลิเมตรในพื้นที่ กทม.
  • ปริมาณน้ำรวมกว่า 200 ถึง 300 ล้านลูกบาศก์เมตรที่ต้องเร่งระบาย
  • พื้นที่ฝั่งธนบุรีระบายน้ำได้ดีและไม่มีความน่ากังวล
320 มม.ปริมาณฝนสะสม
2 วันคืนสภาพการจราจร
2 สัปดาห์ชุมชนแห้งสนิท
Bangkok canal water management Thailand

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สำหรับทิศทางของสภาพอากาศในปัจจุบัน ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าหย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าวได้ขยับตัวมุ่งหน้าไปยังประเทศเมียนมาแล้ว และกลุ่มฝนได้ย้ายไปตกหนักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและราชบุรีแทน ในขณะที่กรุงเทพมหานครจะมีปริมาณฝนลดลงเหลือเพียงประมาณ 10 ถึง 20 มิลลิเมตรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางกรุงเทพมหานครยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในทุกจุด โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณริมคลองที่ยังคงมีระดับน้ำสูง

การบริหารจัดการน้ำในกรุงเทพมหานครถือเป็นความท้าทายสำคัญในช่วงฤดูมรสุม เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นที่ราบลุ่มและการระบายน้ำพึ่งพาระบบคลองและอุโมงค์ยักษ์เป็นหลัก ปริมาณฝนระดับ 320 มิลลิเมตรภายในเวลาไม่กี่วันเทียบเท่ากับปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ประสบภัยขนาดใหญ่ ทำให้ศักยภาพการรองรับของคลองสายหลักเต็มขีดจำกัดอย่างรวดเร็ว การที่ฝนทิ้งช่วงและหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวออกจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดภาระการระบายน้ำของ กทม. ลงได้

ในด้านระยะเวลาการฟื้นฟูพื้นที่ นายชัชชาติประเมินว่าสภาพการจราจรบนถนนสายหลักจะสามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ภายในระยะเวลา 2 วัน แต่ในส่วนของพื้นที่อยู่อาศัยและชุมชนที่น้ำเข้าท่วมขัง อาจจะต้องใช้เวลาจัดการระบายน้ำจนกว่าจะแห้งสนิทประมาณ 2 สัปดาห์ โดยฝั่งธนบุรีถือเป็นโซนที่ไม่น่าเป็นห่วงเนื่องจากระบบระบายน้ำสามารถบริหารจัดการได้รวดเร็วกว่า

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้