ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Google อัปเดต Gemini บน macOS เพิ่มฟีเจอร์พิมพ์ตามคำบอกอัจฉริยะและมองเห็นหน้าจอได้

กูเกิลประกาศอัปเดต Gemini บน Mac สองฟีเจอร์ใหม่ ได้แก่ การพิมพ์ตามคำบอกอัจฉริยะที่ช่วยตัดคำพูดติดอ่างออก และฟีเจอร์ screen-aware reasoning ที่ช่วยให้ AI เข้าใจสิ่งที่คุณกำลังทำบนหน้าจอ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
30 Jul 2026ที่มา: Lifehacker3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
Google อัปเดต Gemini บน macOS เพิ่มฟีเจอร์พิมพ์ตามคำบอกอัจฉริยะและมองเห็นหน้าจอได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Gemini บน macOS อัปเดต 2 ฟีเจอร์ใหม่ เพิ่มความสามารถในการใช้งาน
  • ฟีเจอร์แรกคือ intelligent dictation ช่วยตัดคำว่า 'อืม' หรือ 'อ่า' ออกจากการพิมพ์ตามคำบอก
  • ฟีเจอร์ที่สองคือ screen-aware reasoning ให้ Gemini มองเห็นและเข้าใจหน้าจอ Mac ของคุณ
  • การให้ AI เข้าถึงหน้าจออาจมีความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่ต้องพิจารณา

ในวันพุธที่ผ่านมา กูเกิลได้ประกาศอัปเดตฟีเจอร์ใหม่สองรายการสำหรับ Gemini บน macOS ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน หากพวกเขาเลือกที่จะเปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าว โดยการอัปเดตนี้มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยน AI ให้ทำหน้าที่เหมือนผู้ช่วยส่วนตัวมากยิ่งขึ้น มากกว่าการเป็นเพียงแชทบอตทั่วไป

สำหรับการใช้งานพิมพ์ตามคำบอกบน macOS หรือการพูดออกเสียงเพื่อให้ AI พิมพ์ข้อความแทน ผู้ใช้งานจะมีเหตุผลให้หันมาใช้ Gemini มากกว่าโซลูชันที่มีมากับ Apple โดยกูเกิลเรียกระบบนี้ว่า 'intelligent dictation' ซึ่งจะช่วยขัดเกลาข้อความที่เคอร์เซอร์ทันที ความสามารถนี้จะจัดการลบคำติดอ่างอย่างเช่นคำว่า 'อืม' หรือ 'อ่า' ระหว่างคำออกไป ซึ่งปกติแล้วเราจะไม่พิมพ์คำเหล่านี้ลงไปเอง ระบบนี้ใช้งานได้ทุกหน้าต่างบน Mac เพียงแค่กดปุ่ม Fn แล้วเริ่มพูด

ฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับทุกคนที่ใช้ Gemini บน Mac เว้นแต่ผู้ใช้จะเข้าไปปิดการตั้งค่าด้วยตนเอง แม้จะเป็นการปรับปรุงเพียงเล็กน้อย แต่ก็ช่วยให้การใช้ Gemini ร่างข้อความ อีเมล หรือเอกสารทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องมานั่งแก้ไขข้อความด้วยตัวเองทั้งหมด

MacBook screen typing AI assistant

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ในขณะที่การอัปเดตตัวที่สองไม่ได้ตรงไปตรงมาขนาดนั้น และไม่ได้ถูกเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น โดยกูเกิลเรียกฟีเจอร์นี้ว่า 'screen-aware reasoning' ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ให้สิทธิ์ Gemini ในการเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นบนหน้าจอ Mac ของคุณ แนวคิดคือการมอบหมายงานให้ Gemini ตัวอย่างเช่น หากคุณเปิดแอป Notes ทิ้งไว้ คุณสามารถกดปุ่ม Fn และพูดว่า 'ช่วยเปลี่ยนบันทึกเหล่านี้ให้เป็นสรุปผู้บริหารสำหรับการประชุมช่วงบ่ายนี้หน่อย' โดย Gemini จะรู้ว่าต้องเข้าไปดูที่แอป Notes วิเคราะห์ข้อความ และจัดรูปแบบให้ตามที่คุณต้องการ

การที่ AI สามารถมองเห็นหน้าจอและทำตามคำสั่งต่อเนื่องหลายขั้นตอน (Multi-step commands) นับเป็นก้าวสำคัญของซอฟต์แวร์ผู้ช่วยส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกัน การให้สิทธิ์แอปพลิเคชันเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดบนหน้าจอเดสก์ท็อปก็เปิดช่องให้เกิดความเสี่ยงเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล หรือช่องโหว่ประเภท prompt injection ที่แฮกเกอร์อาจซ่อนคำสั่งไว้ในเว็บไซต์เพื่อให้ AI ทำตามโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ผู้ใช้งานสามารถสั่งงานต่อเนื่องได้ เช่น ให้ Gemini ร่างอีเมลสำหรับงานเลี้ยงทีมโดยดึงข้อมูลจากไฟล์ที่เลือกบน Mac ค้นหาร้านอาหารใน Google Maps และปรับเปลี่ยนรายละเอียดได้ทันทีหากมีการเปลี่ยนเวลา แม้จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย แต่การอนุญาตให้ AI มองเห็นหน้าจอทั้งหมดก็มาพร้อมกับความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ซึ่งผู้ใช้ควรชั่งน้ำหนักให้ดีก่อนตัดสินใจเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้

ที่มา: Lifehacker

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้