ข้ามไปเนื้อหาหลัก

แอนดี เบิร์นแฮม ไม่ปิดประตูขึ้นภาษีเพื่อสะสางวิกฤตดูแลผู้สูงอายุอังกฤษ

แอนดี เบิร์นแฮม ประกาศแผนปฏิรูประบบดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยในอังกฤษ พร้อมเผยรายงานทบทวนจากบารอนเนส เคซีย์ จะคลอดเร็วกว่ากำหนดเดิม

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
30 Jul 2026ที่มา: BBC Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
แอนดี เบิร์นแฮม ไม่ปิดประตูขึ้นภาษีเพื่อสะสางวิกฤตดูแลผู้สูงอายุอังกฤษ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • เบิร์นแฮมไม่ปิดโอกาสการขึ้นภาษีเพื่อนำมาใช้ปฏิรูประบบดูแลผู้สูงอายุ
  • เตรียมจัดตั้งบริการดูแลผู้ป่วยแห่งชาติใหม่และเพิ่มค่าจ้างบุคลากร
  • รายงานทบทวนของบารอนเนส เคซีย์ จะเผยแพร่ในฤดูร้อนหน้า

แอนดี เบิร์นแฮม ให้คำมั่นว่าจะยุติภาวะรัฐบาลนิ่งนอนใจมานานหลายทศวรรษด้วยการแก้ไขปัญหาระบบดูแลผู้สูงอายุในอังกฤษ พร้อมทั้งไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีการขึ้นภาษีเพื่อช่วยเป็นทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนนี้ โดยแผนงานของเขาประกอบด้วยการจัดตั้งบริการดูแลผู้ป่วยระดับชาติรูปแบบใหม่ การเพิ่มค่าตอบแทนและการฝึกอบรมที่ดีขึ้นสำหรับพนักงานดูแลผู้ป่วย รวมถึงการบูรณาการการทำงานร่วมกับ NHS ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เขายังประกาศว่าการทบทวนระบบดูแลผู้สูงอายุที่นำโดย บารอนเนส เคซีย์ (Baroness Casey) ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญหาจากไวท์ฮอลล์ จะถูกตีพิมพ์เผยแพร่ในฤดูร้อนปีหน้า แทนที่จะเป็นปี 2028 ตามกำหนดการเดิม โดยในการพูดคุยกับผู้สื่อข่าว เบิร์นแฮมระบุว่าเขาต้องการดึงงบประมาณที่มีอยู่เดิมออกมาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อใช้ในการปฏิรูปครั้งนี้ เช่น การยืนยันว่าแผนการยกระดับค่าจ้างและการฝึกอบรมสำหรับบุคลากรนั้นจะได้รับงบประมาณสนับสนุนอย่างเต็มที่

การปฏิรูประบบดูแลผู้สูงอายุ (Social Care) ในสหราชอาณาจักรเป็นโจทย์เรื้อรังที่รัฐบาลหลายชุดพยายามแก้มานานหลายทศวรรษ เนื่องจากแตกต่างจากระบบสาธารณสุขอย่าง NHS ที่ให้บริการฟรี ระบบดูแลผู้สูงอายุมีเงื่อนไขเรื่องทรัพย์สินของผู้ป่วย เช่น ในอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ ผู้ที่มีเงินออมมากกว่า 23,250 ปอนด์ จะไม่มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายจากสภาท้องถิ่น ทำให้ภาระตกอยู่ที่ตัวผู้ป่วยและครอบครัวอย่างมหาศาล และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล NHS ที่ไม่สามารถระบายคนชรากลับบ้านได้

เบิร์นแฮมได้เข้าพบหารือกับ เซอร์ เอ็ด เดวี (Sir Ed Davey) หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย และ สตืวต แอนดรูว์ (Stuart Andrew) รัฐมนตรีเงาว่าด้วยสาธารณสุขจากพรรคอนุรักษ์นิยม เพื่อพยายามแสวงหาความร่วมมือข้ามพรรคสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่ เคมิ บาเดนอค (Kemi Badenoch) หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านไม่ว่างเข้าร่วม ด้านพรรคอนุรักษ์นิยมเคยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีปฏิเสธการขึ้นภาษีหรือการกู้ยืมเงินที่เพิ่มขึ้นเพื่อนำมาใช้จ่ายในการเปลี่ยนแปลงระบบดังกล่าว

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

social care worker UK

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

อย่างไรก็ตาม เบิร์นแฮมไม่ได้เชิญผู้นำจากพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร (Reform UK) หรือพรรคกรีนแห่งอังกฤษและเวลส์เข้าร่วมการพูดคุยครั้งนี้ ส่งผลให้ทั้งสองพรรคแสดงความผิดหวังต่อการตัดสินใจดังกล่าว โดย เอลลี โชว์นส์ (Ellie Chowns) โฆษกด้านระบบดูแลผู้สูงอายุจากพรรคกรีน กล่าวว่า "หากแอนดี เบิร์นแฮมมีความจริงจังเกี่ยวกับการทำสิ่งต่างๆ ให้แตกต่างออกไปและการรับมือกับวิกฤตการดูแล เขาต้องทำงานร่วมกับพรรคกรีนและพรรคอื่นๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น"

ในประเด็นการดำเนินงาน เบิร์นแฮมชี้ให้เห็นว่ามีความพยายามขับเคลื่อนเรื่องนี้ล้มเหลวมาแล้วถึง 22 ครั้งในรอบเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา และให้ทัศนะว่าบริการดูแลผู้สูงอายุควรได้รับการจัดการโดยสภาท้องถิ่นมากกว่าที่จะถูกรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ไวท์ฮอลล์ อนึ่ง ระบบดูแลผู้สูงอายุในเวลส์และสกอตแลนด์นั้นมีเกณฑ์คุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป

ที่มา: BBC Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้