อังกฤษประกาศพื้นที่กว่าครึ่งประเทศเผชิญภาวะแล้ง หลังอากาศร้อนจัด
สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งสหราชอาณาจักรประกาศภาวะภัยแล้งครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอังกฤษ ส่งผลให้ประชากรนับล้านเสี่ยงถูกคุมใช้น้ำและเกิดความกังวลเรื่องไฟป่า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สำนักงานสิ่งแวดล้อมประกาศภาวะภัยแล้งครอบคลุมพื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของประเทศอังกฤษ
- ประชาชนมากกว่า 20 ล้านคนอยู่ภายใต้คำสั่งห้ามใช้สายยางรดน้ำต้นไม้
- อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 35 องศาเซลเซียส พร้อมเตือนภัยความร้อนสีอำพันและสีเหลือง
- อังกฤษเผชิญภาวะภัยแล้งถึง 3 ครั้งในรอบ 5 ปีล่าสุด
สำนักงานสิ่งแวดล้อม (Environment Agency หรือ EA) ของสหราชอาณาจักร ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า พื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศอังกฤษกำลังเผชิญกับภาวะภัยแล้ง เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งจัดได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อปริมาณน้ำสำรองทั่วประเทศ การประกาศครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ของอังกฤษ ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนภัยสาธารณะว่ามาตรการจำกัดการใช้น้ำเพิ่มเติมอาจตามมาในเร็วๆ นี้
ผลกระทบจากภัยแล้งเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำในแม่น้ำที่ไหลลดลง การเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรที่ต้องเร็วกนกว่ากำหนด และความเสี่ยงที่สูงขึ้นต่อการเกิดไฟป่า นอกจากนี้ ประชาชนมากกว่า 20 ล้านคนในพื้นที่ต่างๆ กำลังอยู่ภายใต้มาตรการห้ามใช้สายยางรดน้ำต้นไม้ (hosepipe bans) ในขณะที่ทางด้าน Natural Resources Wales ระบุว่า ทางตอนเหนือของเวลส์และลุ่มแม่น้ำเซเวิร์นตอนบนได้เข้าสู่ภาวะภัยแล้งไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อนหน้าแล้ว
สภาพอากาศในช่วงฤดูใบไม้ผลิปลายและฤดูร้อนปีนี้มีความร้อนและแห้งแล้งผิดปกติ การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วระหว่างสภาพอากาศเปียกชื้นและแห้งแล้งนี้ บางครั้งถูกเรียกว่า "climate whiplash" โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปริมาณน้ำฝนในอังกฤษวัดได้เพียงร้อยละ 7 ของระดับเฉลี่ย และในภาคใต้มีเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น บางพื้นที่ในเดวอนและแฮมป์เชอร์ไม่มีฝนตกเลยนานกว่าหนึ่งเดือน
ภาวะ "Flash Drought" หรือภัยแล้งฉับพลันที่เกิดขึ้นในอังกฤษรอบนี้ แตกต่างจากภัยแล้งทั่วไปที่มักกินเวลาพัฒนามานานหลายเดือนหรือหลายปี แต่มันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันเนื่องจากการผสมผสานระหว่างปริมาณฝนที่น้อยมากและอุณหภูมิสูงต่อเนื่อง ทำให้ความชื้นในดิน พืชพันธุ์ และแม่น้ำระเหยหายไปอย่างรวดเร็ว นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้อุณหภูมิในฤดูร้อนสูงขึ้น ซึ่งเร่งให้ดินแห้งเร็วขึ้นและเพิ่มความรุนแรงของภัยแล้ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"สภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งหมายความว่า เรากำลังใช้น้ำเร็วกว่าที่ธรรมชาติจะเติมเต็มกลับคืนมาได้"
Helen Wakeham, ผู้อำนวยการฝ่ายน้ำของสำนักงานสิ่งแวดล้อม
ประกาศในวันนี้หมายความว่า ประเทศอังกฤษเผชิญกับภาวะภัยแล้งมาแล้วถึง 3 ครั้งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา คือในปี 2022, 2025 และล่าสุดในปี 2026 นอกจากนี้ ทางสำนักงานอุตุนิยมวิทยา (Met Office) ยังระบุว่า บางพื้นที่ของสหราชอาณาจักรต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนระลอกที่ 4 ของปีแล้ว โดยมีการประกาศเตือนภัยสุขภาพจากความร้อนระดับสีอำพันและสีเหลือง ขณะที่อุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 35 องศาเซลเซียสในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษในวันพุธนี้
สภาพอากาศที่แห้งแล้งและร้อนจัดยังสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยต่อการลุกลามของไฟป่า โดยสภาหัวหน้าหน่วยดับเพลิงแห่งชาติ (National Fire Chiefs Council) เตือนว่าความเสี่ยงจากไฟป่ายังคงอยู่ในระดับสูงทั่วสหราชอาณาจักร และมีรายงานเหตุไฟป่ามากกว่า 200 ครั้งในอังกฤษและเวลส์ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้าน Met Office ยังได้ปรับตัวเลขสถิติอุณหภูมิสูงสุดในเดือนมิถุนายนที่บันทึกไว้ที่เมืองลิงก์วูด ในนอร์ฟอล์ก จากเดิม 37.7 องศาเซลเซียส เป็น 38.0 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมของเดือนมิถุนายนที่เคยทำไว้ที่ 35.6 องศาเซลเซียสอย่างราบคาบ
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น