ฟอสซิลเวลส์ยุคโบราณไขปริศนาฟันปลาอายุ 200 ล้านปี
การค้นพบชิ้นส่วนกรามบนชายหาดเวลส์โดย Jonathan Bow ช่วยให้นักวิจัยไขปมความเข้าใจผิดในพิพิธภัณฑ์ทั่วยุโรปเกี่ยวกับฟันปลาโบราณสองชนิด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- การค้นพบฟอสซิลกรามที่ชายหาดเวลส์ช่วยไขความเข้าใจผิดยาวนาน
- นักวิจัยพบว่าตัวอย่างในพิพิธภัณฑ์ยุโรปถูกจัดกลุ่มรวมกันผิดพลาด
- ฟอสซิลดังกล่าวแบ่งออกเป็นสองสายพันธุ์คือ Saurichthys และ Birgeria
- ชิ้นส่วนกรามนี้จะถูกนำไปจัดแสดงที่ National Museum Cardiff ในปี 2026
การค้นพบชิ้นส่วนฟันและกระดูกโบราณบริเวณช่องแคบ Bristol รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ในทวีปยุโรป เคยถูกนักวิทยาศาสตร์จัดหมวดหมู่รวมกันว่าเป็นปลาโบราณขนาดใหญ่เพียงชนิดเดียวที่มีชื่อว่า Severnichthys แต่ทว่าการค้นพบชิ้นส่วนกระดูกชิ้นล่าสุดฝั่งเวลส์โดย Jonathan Bow กลับพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์บรรพชีวินวิทยา เมื่อมันกลายเป็นกรามชิ้นแรกในพื้นที่ดังกล่าวที่ไม่ได้มาจากปลาสายพันธุ์เดิมที่เคยเข้าใจกัน
ชิ้นส่วนกรามของปลาล่าเนื้อ Saurichthys นี้ถูกพบบริเวณหาด Lavernock โดย Bow ซึ่งเปิดเผยว่าเขาได้เดินสำรวจชายหาดในเขต Vale of Glamorgan ช่วงน้ำลดเมื่อฤดูใบไม้ผลิปี 2012 และบังเอิญสะดุดตากับวัตถุดูคล้ายกรามสัตว์ โดยในตอนแรกเขาคาดหวังว่ามันอาจจะเป็นซากของจระเข้ขนาดจิ๋วสายพันธุ์ใหม่
<
ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ถึงแม้ว่าในตอนแรกผู้เชี่ยวชาญจะยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าซากดังกล่าวคืออะไร จนกระทั่งในปี 2022 ที่ผ่านมา Jacob Quinn นักวิจัยจาก University of Bristol ได้เดินทางมาตรวจสอบคอลเลกชันของ Bow และนำไปศึกษาอย่างละเอียดร่วมกับสถาบันอื่น ๆ เช่น Amgueddfa Cymru - Museum Wales และ State Museum of Natural History Stuttgart
ทีมนักวิจัยระบุว่าฟันและกระดูกเหล่านี้มาจากยุคไทรแอสซิกตอนปลาย โดยปลาล่าเนื้อทั้งสองชนิดอาศัยอยู่ในทะเลตื้นเขินเขตร้อนที่เต็มไปด้วยเกาะหินปูน โดย Saurichthys เป็นนักล่าที่ว่องไวปราดเปรียว ขณะที่ Birgeria มีขนาดใหญ่และทรงพลังกว่า พร้อมกันนี้ซากกรามชิ้นสำคัญที่พบโดย Bow จะถูกนำไปจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้ชมที่ National Museum Cardiff ภายในปี 2026 นี้ด้วย
"ฟอสซิลกรามชิ้นเล็ก ๆ น่ารักนี้สร้างความสับสนอย่างมากเมื่อพบครั้งแรก เนื่องจากมันไม่คล้ายกับสายพันธุ์ใด ๆ ที่เรารู้จักเลย"
Cindy Howells
การค้นพบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าหลักฐานทางบรรพชีวินวิทยาชิ้นเล็ก ๆ สามารถลบล้างความเชื่อที่สะสมมานานนับร้อยปีได้ การจัดหมวดหมู่ผิดพลาดในอดีตมักเกิดขึ้นเนื่องจากนักวิทยาศาสตร์มีเพียงชิ้นส่วนกระดูกหรือฟันแยกส่วนเท่านั้น การได้ชิ้นส่วนกรามที่สมบูรณ์ขึ้นจึงเป็นกุญแจสำคัญในการจำแนกความแตกต่างของโครงสร้างกระดูกสัตว์ดึกดำบรรพ์
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น