ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เกาหลีใต้เรียกทูตยูเครนแจงปมโอนตัวเชลศึกเกาหลีเหนือ

รัฐบาลโซลประท้วงยูเครนหลังประธานาธิบดีเซเลนสกีเปิดเผยการส่งตัวเชลศึกเกาหลีเหนือ 2 ราย ระหว่างการประชุมยูเอ็นจีเอโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
สด29 Sep 2026ที่มา: BBC World2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
เกาหลีใต้เรียกทูตยูเครนแจงปมโอนตัวเชลศึกเกาหลีเหนือ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • เกาหลีใต้เรียกตัวอุปทูตยูเครนเข้าพบเพื่อยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการ
  • เซเลนสกีประกาศกลางยูเอ็นเรื่องการโอนตัวเชลศึกเกาหลีเหนือ 2 รายมาโซล
  • โซลระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวถูกละเมิดเนื่องจากควรเก็บเป็นความลับเพื่อความปลอดภัย
  • ฝ่ายค oposición เกาหลีใต้โจมตีรัฐบาลว่าพยายามปกปิดข้อมูลเพื่อเอาใจเปียงยาง

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ได้เรียกตัว Andrii Vieshkin รักษาการอุปทูตยูเครนประจำกรุงโซลเข้าพบ เพื่อยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการและแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง สืบเนื่องมาจากกรณีที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการโอนย้ายเชลศึกชาวเกาหลีเหนือจำนวน 2 นายมายังกรุงโซล

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้กล่าวประกาศเรื่องนี้ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อวันพุธสัปดาห์ก่อน โดยระบุว่าทหารเกาหลีเหนือทั้งสองนายที่ถูกจับกุมตัวไว้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจับกุมแบบยังมีชีวิต

United Nations General Assembly building New York

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ทางด้านรัฐบาลโซลภายใต้การนำของประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ได้ออกมายืนยันข้อมูลการรับตัวเชลศึกทั้งสองจริง แต่ได้วิพากษ์วิจารณ์ยูเครนอย่างรุนแรงว่าทำผิดข้อตกลงในการรักษาความลับ ซึ่งมีจุดประสงค์หลักเพื่อปกป้องครอบครัวของทหารเกาหลีเหนือเหล่านั้น รวมถึงป้องกันเสียงวิพากษ์วิจารณ์ยูเครนในเรื่องการพลาดโอกาสนำตัวเชลศึกไปแลกเปลี่ยนกับเชลศึกชาวยูเครน

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ประเด็นความขัดแย้งทางการทูตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางในความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และยูเครน ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อ โดยเกาหลีใต้ยังคงยึดมั่นนโยบายไม่ส่งมอบอาวุธสังหารให้แก่ประเทศที่อยู่ในภาวะสงคราม แม้จะเผชิญแรงกดดันจากเคียฟให้สนับสนุนด้านยุทโธปกรณ์ขั้นสูงก็ตาม การเปิดเผยข้อมูลเชลศึกจึงกลายเป็นชนวนเหตุทางการเมืองภายในประเทศที่สั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลโซล

"เมื่อเกาหลีเหนือเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในสงครามฝั่งยุโรป เกาหลีใต้จึงไม่สามารถทำตัวเป็นเพียงแค่ผู้สังเกตการณ์ระยะไกลได้"

Mykhailo Podolyak ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดีเซเลนสกี

ความขัดแย้งลุกลามยิ่งขึ้นเมื่อทำเนียบประธานาธิบดียูเครนออกมาโต้แย้งว่าไม่มีข้อตกลงเรื่องการห้ามเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ทำให้โซลยื่นคำขาดให้ยูเครนกล่าวคำขอโทษต่อการประกาศข้อมูลที่เป็นเท็จ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นระหว่างสองประเทศ ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง กำลังเผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนักจากพรรคฝ่ายค้านภายในประเทศที่กล่าวหาว่าพยายามปิดข่าวเพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีกับเกาหลีเหนือ

ที่มา: BBC World

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้