ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Instinct คว้าเงินทุน 1 พันล้านเหรียญ ดันมูลค่าแตะ 1 หมื่นล้าน

ผู้ก่อตั้ง Instinct เผย ยอดทำธุรกรรมด้านการท่องเที่ยวพุ่งสูงถึงครึ่งหนึ่งจากมูลค่ารวมต่อปีมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ พร้อมระดมทุนรอบล่าสุดสำเร็จ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
29 Sep 2026ที่มา: Skift3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Instinct คว้าเงินทุน 1 พันล้านเหรียญ ดันมูลค่าแตะ 1 หมื่นล้าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Instinct เผยยอดทำธุรกรรมผ่านระบบต่อปีสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์หรือมากกว่านั้น
  • ภาคการท่องเที่ยวครองสัดส่วนถึง 50% ของปริมาณธุรกรรมทั้งหมดในระบบ
  • บริษัทเพิ่งระดมทุนรอบ Series C ได้ 1 พันล้านดอลลาร์ ดันมูลค่าแตะ 1 หมื่นล้านดอลลาร์
  • ทีมงานปัจจุบันมีพนักงานเพียง 14 คน แต่สามารถผลักดันให้มูลค่าพุ่งขึ้นถึง 4 เท่าในเวลาเพียงหนึ่งเดือน

ในแวดวงซิลิคอนแวลลีย์เวลานี้ ไม่มีบอทปัญญาประดิษฐ์ตัวไหนที่ถูกพูดถึงมากเท่ากับ Instinct ผู้ช่วย AI แบบสั่งการด้วยข้อความที่กำลังสร้างความสั่นสะเทือนให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการจองบริการผ่านการสนทนา จนดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนระดับโลกได้อย่างรวดเร็ว

โนอาห์ ชินน์ (Noah Shinn) ผู้ก่อตั้งบริษัท ได้เปิดเผยผ่านพอดแคสต์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันบอทดังกล่าวมีปริมาณธุรกรรมหมุนเวียนต่อปีสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์หรือมากกว่านั้น และที่น่าสนใจคือ ครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 50% ของปริมาณธุรกรรมทั้งหมดนั้นมาจากการจองและการเดินทางท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว

ทางด้านสำนักข่าว DealBook ได้รายงานยืนยันตรงกันว่า Instinct สามารถระดมทุนรอบ Series C ได้สำเร็จสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งส่งผลให้มูลค่าบริษัททะยานขึ้นไปแตะระดับ 1.0 หมื่นล้านดอลลาร์ทันที โดยตัวเลขดังกล่าวทำให้มูลค่าของบริษัทเติบโตขึ้นถึงสี่เท่าภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น ทั้งที่มีพนักงานประจำในองค์กรเพียง 14 คน

50%สัดส่วนธุรกรรมด้านการท่องเที่ยว
$1Bเงินระดมทุนรอบล่าสุด Series C
14จำนวนพนักงานในบริษัท

การทำงานของผู้ช่วย AI รายนี้มีความโดดเด่นในเรื่องความรวดเร็วและความสามารถในการจัดการคำสั่งที่ซับซ้อน เช่น การรับคำสั่งเสียงเพื่อจองเที่ยวบินและโรงแรม จัดหารถรับส่งสนามบิน พร้อมกับอัปเดตตารางเวลาโดยอัตโนมัติ โดยดึงข้อมูลจากประวัติความชอบและเครดิตการเดินทางที่ผู้ใช้งานบันทึกไว้ล่วงหน้า

"50% ของมูลค่าธุรกรรมนั้นมาจากการท่องเที่ยวอย่างเดียว"

Noah Shinn
smartphone travel booking mobile app screen

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเอเจนต์ AI แบบอัตโนมัติ (Agentic AI) สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มเปิดรับเทคโนโลยีที่สามารถจัดการงานจองซับซ้อนแทนมนุษย์ได้จริง โดยโมเดลธุรกิจที่พึ่งพิงค่าคอมมิชชันจากผู้ให้บริการท่องเที่ยว เช่น โรงแรมบูติกที่ยินยอมจ่ายค่าคอมมิชชันสูงสุดถึง 30% ต่อการจอง อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้บริการ AI เหล่านี้สามารถเปิดให้ผู้บริโภคใช้งานได้ฟรี ขณะเดียวกันก็ท้าทายแพลตฟอร์มการจองยักษ์ใหญ่ดั้งเดิมที่ต้องปรับตัวเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าเอาไว้

ในขณะที่ฝั่งผู้บริหารระดับสูงอย่าง เกล็น โฟเกล (Glenn Fogel) ซีอีโอแห่ง Booking Holdings เคยออกมาแสดงมุมมองว่าเทคโนโลยีลักษณะนี้อาจไม่ใช่เรื่องยากที่จะมีผู้ลอกเลียนแบบ และความไว้วางใจรวมถึงข้อมูลการชำระเงินที่จัดเก็บไว้อย่างปลอดภัยคือแต้มต่อสำคัญของผู้นำตลาดเดิม แต่ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของ Instinct ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอนาคตของการจองท่องเที่ยวผ่านเอเจนต์ AI กำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็ว

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้