อนุทิน ลงพื้นที่บ้านเอื้ออาทร คลองถนนบางเขน ช่วยน้ำท่วม
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ย่านบางเขนดึก 29 ก.ย. 69 มอบถุงยังชีพ พร้อมเผย ครม. ไฟเขียวงบกว่า 4 พันล้านเยียวยาผู้ประสบภัย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านเอื้ออาทร คลองถนนบางเขน เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 29 ก.ย. 69
- ชาวบ้านสะท้อนความกังวล หวั่นเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยวิกฤตปี 2554
- ครม. ไฟเขียวดึงงบโครงการไม่เร่งด่วนกว่า 4,000 ล้านบาทมาใช้เยียวยา
เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 29 ก.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ณ โครงการบ้านเอื้ออาทร คลองถนน เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยง 3 เขตของกรุงเทพมหานคร โดยภายในงานมีประชาชนเข้ามาพูดคุยและฝากข้อความถึงนายกรัฐมนตรีด้วยความกังวลใจ โดยขอร้องให้อย่าทอดทิ้งประชาชนและแสดงความห่วงใยว่าสถานการณ์อาจซ้ำรอยมหาอุทกภัยในปี 2554 พร้อมกันนี้ยังมีเสียงสะท้อนและคำถามจากชาวบ้านถึงทีมงานอย่าง “สายไหมต้องรอด จะไม่เหมือนบางบาลใช่หรือไม่” ซึ่งได้รับการตอบกลับยืนยันว่าจะพยายามดำเนินงานทุกอย่างให้ดีที่สุด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในด้านการรับมือและบริหารจัดการน้ำ นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าได้สั่งการให้มีการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งรัดการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกวัน ในเวลา 08.00 น. พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมด้านเครื่องสูบน้ำและบูรณาการระบบระบายน้ำในจุดเสี่ยงต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
"จะทำให้ดีที่สุด"
อนุทิน ชาญวีรกูล
นอกจากมาตรการลงพื้นที่และการเตรียมความพร้อมของเครื่องมือระบายน้ำแล้ว ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังได้มีมติเห็นชอบในการอนุมัติงบประมาณวงเงินกว่า 4,000 ล้านบาท โดยเป็นการโยกงบประมาณจากโครงการที่ยังไม่เร่งด่วนมาใช้ในการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยเฉพาะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน
การลงพื้นที่ยามวิกาลและการปรับแผนใช้งบประมาณโครงการไม่เร่งด่วนมากระจายให้กับผู้ประสบภัยโดยตรงสะท้อนถึงการบริหารจัดการแบบเร่งด่วน (Crisis Management) ที่พยายามลดความตื่นตระหนกของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นนอกและเขตรอยต่อ ซึ่งมักเป็นจุดรับน้ำสำคัญก่อนระบายลงสู่ทะเล การติดตามสถานการณ์ทุกเช้าผ่านการประชุมบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานถือเป็นกลไกสำคัญในการประสานงานหน้างานให้ทันท่วงที
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น