วัส ติงสมิตร เตือน หมอสรณ หมดอำนาจ นัดประชุม กสทช.
นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ชี้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. หมดอำนาจแล้ว หลังศาลปกครองกลางยกฟ้องเมื่อ 25 ก.ย. 69 เตือนการฝืนนัดประชุมบอร์ด 1-2 ต.ค. เสี่ยงเจอคดีอาญา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- วัส ติงสมิตร ชี้ นพ.สรณ หมดอำนาจประธาน กสทช. แล้ว
- ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อ 25 ก.ย. 69 ทำให้คำขอทุเลาตกไป
- เตือนการนัดประชุมวันที่ 1-2 ต.ค. เสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา
สถานการณ์ภายในสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กำลังเผชิญหน้ากับประเด็นข้อกฎหมายครั้งสำคัญ หลังจาก นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดเผยถึงสถานะทางกฎหมายที่แท้จริงของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.
ประเด็นดังกล่าวสืบเนื่องมาจากคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่ได้ตัดสินออกมาเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569 ซึ่งมีคำสั่งยกฟ้องในคดีที่ นพ.สรณ เป็นผู้ยื่นฟ้องต่อศาล พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้มีการทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองไว้ก่อนในระหว่างพิจารณาคดี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นายวัส ได้อธิบายถึงผลทางกฎหมายที่ตามมาทันทีว่า เมื่อศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง ส่งผลให้คำร้องขอทุเลาการบังคับก่อนการพิพากษาต้องตกไปโดยปริยาย ทำให้ไม่มีคำสั่งจากศาลใดๆ ที่จะมาช่วยคุ้มครองหรือระงับผลของคำสั่งเดิมได้อีกต่อไป
"เมื่อไม่มีคำสั่ง สั่งทุเลาการบังคับจากศาล คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช.ที่ชี้ว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ จึงถือเป็นคำสั่งทางปกครองที่มีผลชอบด้วยกฎหมายและมีสภาพบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ทันที"
วัส ติงสมิตร
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาย้ำชัดเจนว่า แม้ว่าทางฝ่ายของ นพ.สรณ จะยังมีสิทธิในการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวต่อศาลปกครองสูงสุดได้ตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติระหว่างที่รอการพิจารณาอุทธรณ์ หากยังไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับจากศาลปกครองสูงสุด คำสั่งทางปกครองเดิมที่ชี้ว่าขาดคุณสมบัติก็ยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่
ในทางกฎหมายปกครองไทย คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยหน่วยงานหรือคณะกรรมการที่มีอำนาจ (ในที่นี้คือคณะกรรมการสรรหา กสทช.) จะถือว่ามีความสมบูรณ์และมีผลบังคับใช้ทันที (Presumption of Validity) จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเพิกถอนหรือมีคำสั่งทุเลาการบังคับอย่างเป็นทางการ การที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องจึงทำให้สถานะคุ้มครองชั่วคราวสิ้นสุดลงทันที การฝ่าฝืนใช้อำนาจกระทำการทางปกครองต่อจึงอาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้
จากสถานะทางกฎหมายดังกล่าว ทำให้เกิดความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวในขั้นตอนต่อไป โดยเฉพาะกรณีที่มีความพยายามร่วมมือกับเลขาธิการ กสทช. ในการฝ่าฝืนนัดหมายประชุมคณะกรรมการ กสทช. ที่กำหนดไว้ในวันที่ 1-2 ตุลาคม พ.ศ. 2569 นี้ ซึ่งนายวัสเตือนว่าอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านคดีอาญาสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น