กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลโจมตีหมู่บ้านในเวสต์แบงก์
ครอบครัวชาวปาเลสไตน์ถูกขัดขวางไม่ให้กลับเข้าบ้านหลังคำสั่งศาลสูงสุดอิสราเอล โดยบ้านและรถยนต์ถูกจุดไฟเผาในเหตุรุนแรง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ชาวอิสราเอลกว่า 100 คนโจมตีหมู่บ้านยาลุดในเวสต์แบงก์
- ครอบครัวอัล-ตูบาซีถูกสกัดกั้นไม่ให้กลับเข้าบ้านแม้มีคำสั่งศาล
- บ้านสองหลังและรถยนต์ของครอบครัวถูกจุดไฟเผาทำลาย
- สหประชาชาติระบุความรุนแรงจากผู้ตั้งถิ่นฐานพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
เหตุการณ์ความรุนแรงครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในหมู่บ้านยาลุด ทางใต้ของเมืองนาบลุส ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง โดยมีกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลมากกว่า 100 คนรวมตัวกันก่อเหตุโจมตี ขัดขวางไม่ให้สมาชิกครอบครัวอัล-ตูบาซีสามารถเดินทางกลับเข้าบ้านของตนเองได้ แม้จะเดินทางมาพร้อมกับการคุ้มกันของกองทัพอิสราเอลก็ตาม
ครอบครัวดังกล่าวประกอบด้วยนายมาห์มูด อัล-ตูบาซี วัย 60 ปี นางไอดา ภรรยาวัย 51 ปี และวาเอล ลูกชายวัย 33 ปี ต้องจำใจอพยพออกจากบ้านในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาหลังถูกคุกคามอย่างหนักจากกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานหัวรุนแรงที่เข้ามาตั้งฐานที่มั่นผิดกฎหมายในบริเวณใกล้เคียง จนกระทั่งศาลสูงสุดของอิสราเอลมีคำตัดสินเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่าครอบครัวนี้ต้องได้รับอนุญาตให้กลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัยภายในวันที่ 20 กันยายน
นายอัล-ตูบาซีเล่าถึงนาทีชีวิตว่าได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่อิสราเอลในช่วงเที่ยงคืนของวันจันทร์ที่ผ่านมา ให้รีบเดินทางกลับบ้านทันทีพร้อมกับกองทัพและตำรวจชายแดน แต่เมื่อเดินทางไปถึง ทรัพย์สินภายในบ้านถูกทำลายเสียหายอย่างหนัก ทั้งประตูพัง ห้องน้ำถูกทำลาย และสายไฟถูกกระชากออก ขณะที่กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานได้ประสานงานกันผ่านกลุ่มแอปพลิเคชัน WhatsApp เพื่อระดมคนกว่า 150 คนมาปิดล้อมและขว้างปาก้อนหินใส่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
กองกำลังความปลอดภัยของอิสราเอลพยายามยิงแก๊สน้ำตาและใช้สเปรย์พริกไทยเพื่อควบคุมสถานการณ์และปกป้องครอบครัวอัล-ตูบาซี แต่เนื่องจากฝูงชนมีจำนวนมากเกินกว่าจะควบคุมได้ ทหารจึงต้องนำตัวครอบครัวขึ้นรถหุ้มเกราะเพื่อพาออกนอกพื้นที่ ในขณะที่รถยนต์ส่วนตัวและบ้านพักทั้งสองหลังของครอบครัวถูกกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานจุดไฟเผาจนเสียหายยับเยิน
"ความรู้สึกของผมตอนนี้คือผมดีใจที่รอดตายมาได้ ผมคิดจริงๆ ว่าพวกเขาจะฆ่าพวกเรา"
มาห์มูด อัล-ตูบาซี
เหตุการณ์ความขัดแย้งในเขตเวสต์แบงก์ระหว่างชาวปาเลสไตน์และผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยืดเยื้อมานาน ข้อมูลจากสำนักงานกิจการมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) ระบุว่านับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา มีชาวปาเลสไตน์ต้องพลัดถิ่นฐานมากกว่า 6,500 คนจากปัญหาความรุนแรงและการจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนอิสราเอลอย่าง Yesh Din ชี้ว่ามีคดีความรุนแรงน้อยกว่าร้อยละสามเท่านั้นที่นำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างจริงจัง
ทางด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้ออกมาประณามเหตุการณ์โจมตีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการองค์กรสิทธิมนุษยชนมองว่าการบังคับใช้กฎหมายที่หย่อนยานเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น