น้ำท่วมปราจีนบุรี 2569: ชาวบ้านโวยเตือนภัยช้า ไร้ระบบช่วยเหลือ
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.พรรคประชาชน ลงพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อ 29 ก.ย. 2569 พบปัญหาน้ำท่วมฉับพลันและกังวลสารพิษอุตสาหกรรม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.พรรคประชาชน ลงพื้นที่น้ำท่วมปราจีนบุรีวันที่ 29 ก.ย. 2569
- ชาวอำเภอศรีมหาโพธิร้องเรียนปัญหาการแจ้งเตือนภัยล่าช้าและระบบช่วยเหลือขาดประสิทธิภาพ
- กังวลอันตรายจากสารพิษอุตสาหกรรมที่อาจปะปนมากับกระแสน้ำท่วมฉับพลัน
สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดปราจีนบุรีวิกฤตหนัก หลังระดับน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การสัญจรหลายจุดเป็นอัมพาตและรถขนาดใหญ่ไม่สามารถผ่านได้ เสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยพิบัติครั้งนี้ที่ตั้งรับแทบไม่ทัน
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนโดยตรงจากชาวบ้านที่กำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมฉับพลัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
จากการลงพื้นที่พบว่าปัญหาใหญ่ที่ประชาชนเผชิญคือการแจ้งเตือนภัยจากภาครัฐที่ล่าช้ากว่าความเป็นจริง ชาวบ้านหลายคนระบุว่าระดับน้ำเอ่อสูงจนต้องอพยพแล้ว แต่การแจ้งเตือนเพิ่งจะส่งมาถึง นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ผู้ประสบภัยติดค้างภายในบ้านเนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวกรากจนอาสาสมัครต้องเข้าช่วยเหลือ
"การทำงานส่วนใหญ่เป็นการเข้าพื้นที่โดยอิสระและยังขาดระบบบริหารจัดการร่วมกัน ส่งผลให้อาสาสมัครบางส่วนต้องรับภาระอย่างหนัก"
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร
ในด้านการช่วยเหลือพบว่าอาสาสมัครกู้ภัยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดประสบปัญหาไม่คุ้นชินเส้นทาง ทำให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปด้วยความยากลำบาก ขณะที่องค์การบริหารส่วนตำบลศรีมหาโพธิได้ปรับพื้นที่เป็นครัวกลางทำอาหารแจกจ่าย โดยมีทีมงานพรรคประชาชนนำวัตถุดิบมาร่วมสมทบ
วิกฤตน้ำท่วมในอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี สะท้อนให้เห็นจุดอ่อนเดิมๆ ของการบริหารจัดการภัยพิบัติในประเทศไทย ทั้งเรื่องระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) ที่มักล่าช้ากว่าเหตุการณ์จริง และการบูรณาการหน่วยกู้ภัยที่ขาดศูนย์บัญชาการกลาง นอกจากนี้ ความกังวลเรื่องสารพิษอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมปราจีนบุรียังเป็นโจทย์ใหญ่ที่หน่วยงานรัฐต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤตด้านสาธารณสุข
เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลศรีมหาโพธิแสดงความกังวลว่าสถานการณ์อาจยืดเยื้อ เนื่องจากน้ำระบายออกได้ช้า ประกอบกับข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ช่วยเหลือที่ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น