ค่าไฟ-ค่าแก๊สอังกฤษจ่อพุ่ง 16% ในเดือนม.ค. สูงสุดในรอบ 4 ปี
บิลพลังงานเฉลี่ยในอังกฤษ สก็อตแลนด์ และเวลส์ เตรียมพุ่งพรวด 276 ปอนด์ในเดือนมกราคมนี้ ท่ามกลางเสียงเตือนจาก EDF ว่าอังกฤษกำลังเดินเข้าสู่วิกฤตพลังงานรอบสอง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ค่าไฟและค่าแก๊สเฉลี่ยเตรียมพุ่ง 276 ปอนด์ในเดือนมกราคม
- คิดเป็นการปรับขึ้น 16% สูงสุดในรอบ 4 ปีในช่วงหน้าหนาว
- EDF เตือนอังกฤษกำลังเผชิญวิกฤตพลังงานรอบสองจากตะวันออกกลาง
- ลูกค้าพลังงานในอังกฤษ สก็อตแลนด์ และเวลส์ค้างชำระหนี้รวมกันกว่า 5,000 ล้านปอนด์
ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือนในสหราชอาณาจักรเตรียมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนมกราคมนี้ โดยข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษา Cornwall Insight ที่เปิดเผยแก่ BBC ระบุว่า บิลพลังงานรายปีเฉลี่ยของครัวเรือนทั่วไปจ่อทะยานขึ้นถึง 276 ปอนด์ หรือคิดเป็นการปรับเพิ่มขึ้นถึง 16% ซึ่งจะสร้างแรงกระแทกครั้งใหญ่ให้กับประชาชนหลายล้านครัวเรือนในช่วงเวลาที่อากาศหนาวเย็นที่สุดของปี และถือเป็นการปรับขึ้นราคาที่สูงที่สุดในรอบสี่ปี
การคาดการณ์ดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวันก่อนที่ราคาพลังงานจะขยับสูงขึ้นภายใต้เพดานราคาพลังงาน (price cap) ของ Ofgem หน่วยงานกำกับดูแลกิจการพลังงาน ซึ่งจะทำให้ครัวเรือนประมาณ 20 ล้านหลังคาเรือนในอังกฤษ สก็อตแลนด์ และเวลส์ ที่ใช้ระบบvariable energy tariffs ต้องจ่ายแพงขึ้น 4% หรือราว 60 ปอนด์ต่อปี (5 ปอนด์ต่อเดือน) ตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้เป็นต้นไป ส่งผลให้บิลเฉลี่ยอยู่ที่ 1,723 ปอนด์ต่อปีสำหรับบ้านที่ใช้ทั้งไฟฟ้าและก๊าซและจ่ายผ่านระบบหักบัญชีอัตโนมัติ
แม้ว่ารัฐบาลอังกฤษจะช่วยลดภาระด้วยการปรับลดภาษี VAT ซึ่งช่วยประหยัดเงินให้ประชาชนได้ราว 45 ปอนด์ต่อปี แต่ Cornwall Insight ประเมินว่าบิลพลังงานในเดือนมกราคมอาจพุ่งสูงถึง 1,999 ปอนด์ โดย Craig Lowrey ที่ปรึกษาหลักของบริษัทระบุว่าราคาเหล่านี้จะสร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากเดือนมกราคมเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากอยู่แล้วจากสภาพอากาศหนาวจัดและเงินในบัญชีที่ร่อยหรอหลังเทศกาลคริสต์มาส สาเหตุหลักมาจากการหยุดชะงักของอุปทานก๊าซจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ระดับก๊าซสำรองในยุโรปลดต่ำลง และอาจดันราคาให้สูงต่อเนื่องยาวนานเกินกว่าฤดูหนาวนี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"ราคาเหล่านี้จะสร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก เดือนมกราคมเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับหลายคน ทั้งจากสภาพอากาศหนาวเย็นและเงินเก็บที่ยังฟื้นตัวไม่ Craig Lowrey ที่ปรึกษาหลักจาก Cornwall Insight
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลอย่างมาก โดย Simone Rossi ซีอีโอของบริษัทผู้จัดหาพลังงาน EDF เตือนว่าสหราชอาณาจักร กำลัง "เดินเข้าสู่วิกฤตพลังงานรอบสอง" พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลขยายเวลาการลดภาษี VAT บนค่าไฟฟ้าออกไป และไฟเขียวให้กับโครงการขุดเจาะก๊าซ Jackdaw และแหล่งน้ำมัน Rosebank นอกชายฝั่งอเบอร์ดีนและเชตแลนด์ ขณะที่ Adam Scorerซีอีโอขององค์กรการกุศล National Energy Action ชี้ว่าสถานการณ์นี้ไม่ยั่งยืนทั้งต่อครัวเรือนและตลาดพลังงานโดยรวม และเรียกร้องให้งบประมาณแผ่นดินมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงอย่างตรงจุด รวมถึงการจัดการกับปัญหาหนี้สินด้านพลังงานที่ปัจจุบันลูกค้ามียอดค้างชำระรวมกันมากกว่า 5,000 ล้านปอนด์
วิกฤตราคาพลังงานในสหราชอาณาจักรสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดพลังงานยุโรปที่พึ่งพาอุปทานก๊าซจากต่างประเทศและการเมืองระหว่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปริมาณสำรองก๊าซที่ลดลงย่อมส่งผลกระทบลูกโซ่ทันทีต่อราคาขายปลีกในประเทศ แม้หน่วยงานกำจะดูแลอย่าง Ofgem จะใช้กลไกเพดานราคาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค แต่หากต้นทุนเชื้อเพลิงโลกยังคงผันผวน มาตรการระยะสั้นอย่างการลดภาษี VAT หรือเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลจึงเป็นเพียงการบรรเทาปัญหาชั่วคราวเท่านั้น ขณะที่โจทย์ระยะยาวคือการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานในบ้านเรือนและการหาแหล่งพลังงานสำรองภายในประเทศเพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืน
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น