Settle 2026: ผลงานเฟอร์นิเจอร์เคลื่อนย้ายได้ในไอร์แลนด์
สตูดิโอ TRESTLE เผยโฉม Settle พื้นที่สาธารณะชั่วคราวในห้องใต้ดินเมืองคอร์ก ประเทศไอร์แลนด์ ดีไซน์จากเฟอร์นิเจอร์พื้นถิ่น คว้า 2026 Arts Council of Ireland Architecture Project Award

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ผลงานติดตั้ง Settle ออกแบบโดยสตูดิโอ TRESTLE ในประเทศไอร์แลนด์
- จัดแสดงครั้งแรก ณ ห้องใต้ดิน St Luke’s ในเมืองคอร์ก ช่วงฤดูร้อนปี 2026
- โครงสร้างประกอบด้วยเฟอร์นิเจอร์เคลื่อนย้ายได้ที่ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้หลากหลาย
- คว้ารางวัล 2026 Arts Council of Ireland Architecture Project Award
สตูดิโอออกแบบ TRESTLE เปิดตัวผลงานการติดตั้งทางสถาปัตยกรรมชั่วคราวที่มีชื่อว่า 'Settle' ซึ่งนำเสนอแนวคิดการสร้างพื้นที่สาธารณะภายในอาคารสำหรับทำกิจกรรมร่วมกันในเมืองยุคปัจจุบัน โดยต่อยอดมาจากความยืดหยุ่นและประโยชน์ใช้สอยของเฟอร์นิเจอร์พื้นถิ่นดั้งเดิมของชาวไอริช เพื่อตอบสนองต่อรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป
ผลงานชิ้นนี้ถูกจัดแสดงขึ้นครั้งแรกโดยมีช่างภาพ Willem Pab เป็นผู้บันทึกภาพ ในห้องใต้ดินของโบสถ์ St Luke’s ณ เมืองคอร์ก ประเทศไอร์แลนด์ เมื่อช่วงฤดูร้อนปี 2026 ที่ผ่านมา และมีแผนที่จะนำไปติดตั้งหมุนเวียนตามพื้นที่สาธารณะและจุดสำคัญทางพลเมืองอื่นๆ อีกหลายแห่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ใช้งานจริงในบริบทที่หลากหลาย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
แนวคิดเบื้องหลังโครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานเขียนของ Hannah Arendt ว่าด้วยความสำคัญของโลกแห่งสิ่งของที่มีร่วมกัน (common world of things) โดยทาง TRESTLE มองว่าพื้นที่สาธารณะในร่มเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมที่ผู้คนต้องใช้ร่วมกัน ท่ามกลางกระแสสังคมยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับปัจเจกบุคคล และการปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ที่ย้ายไปสู่โลกดิจิทัล โครงการนี้จึงพยายามเน้นย้ำถึงความสำคัญของพื้นที่ทางกายภาพที่จับต้องได้จริง
การนำเสนอพื้นที่สาธารณะชั่วคราวผ่านวัตถุเคลื่อนย้ายได้ (Movable Interior) สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการออกแบบเมืองสมัยใหม่ที่ยืดหยุ่น (Adaptive Urbanism) ซึ่งช่วยให้พื้นที่ว่างในอาคารเก่าสามารถถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่โดยไม่ต้องก่อสร้างถาวร เหมาะสำหรับเมืองที่ต้องการพื้นที่กิจกรรมสาธารณะแบบประหยัดงบและลดการใช้ทรัพยากร
โครงสร้างของ Settle ถูกออกแบบผ่านการจัดการลำดับพื้นที่ ระยะห่าง วัสดุ รวมถึงการใช้จังหวะการซ้ำและความหลากหลาย (repetition and variation) เพื่อสร้างกรอบทางสถาปัตยกรรมที่ยังคงความ cohérent แม้จะมีการสลับสับเปลี่ยนองค์ประกอบ นอกจากนี้โครงการยังให้ความสำคัญกับการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศ โดยแสดงให้เห็นว่าอาคารที่มีอยู่แล้วสามารถรองรับรูปแบบชีวิตสาธารณะรูปแบบใหม่ได้อย่างไร
องค์ประกอบหลักของโครงการประกอบด้วย:
- ชุดวัตถุฟังก์ชันที่สามารถจัดเรียงและปรับรูปแบบใหม่สำหรับกิจกรรมที่แตกต่าง
- การสร้างพื้นที่ทางกายภาพเพื่อการรวมตัวกันนอกเหนือจากโลกดิจิทัล
- การใช้ประโยชน์จากอาคารเดิม เช่น ห้องใต้ดินโบสถ์ เพื่อรองรับกิจกรรมสาธารณะ
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น