เนปาลอ่วม: อาคารรัฐบาลพังถล่มลงแม่น้ำดารัมหลังน้ำท่วมฉับพลัน
เหตุการณ์ระทึกในเนปาล อาคารรัฐบาลเมืองพัคลุงพังครืนลงสู่แม่น้ำดารัมเมื่อวันที่ 27 ก.ย. ท่ามกลางอุทกภัยคร่าชีวิตทั่วประเทศกว่า 27 ศพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อาคารรัฐบาลในเมืองพัคลุง ประเทศเนปาล พังถล่มลงสู่แม่น้ำดารัมเมื่อวันที่ 27 กันยายน
- เจ้าหน้าที่ขนย้ายเอกสารสำคัญและคอมพิวเตอร์ออกทัน ทำให้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
- สถานการณ์น้ำท่วมและดินถล่มครั้งล่าสุดคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 27 ราย
สถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศเนปาลยังคงวิกฤต ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่ออาคารของรัฐบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศ ทรุดตัวและพังถล่มลงไปในแม่น้ำดารัม ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวกรากจากอุทกภัยครั้งใหญ่ที่กำลังเล่นงานหลายพื้นที่
ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการบันทึกไว้โดยกลุ่มผู้เห็นเหตุการณ์ เผยให้เห็นวินาทีที่ตัวอาคารตั้งอยู่ริมตลิ่งที่ถูกกัดเซาะจนดินพังทลาย ก่อนที่โครงสร้างทั้งหมดจะร่วงหล่นลงสู่วิถีกระแสน้ำด้านล่างอย่างรวดเร็ว โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ณ เมืองพัคลุง (Baglung)

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
โชคดีที่ภัยพิบัติครั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด เนื่องจากหน่วยงานท้องถิ่นไหวตัวทัน โดยนายเตช ถาปา (Tej Thapa) ประธานวอร์ดท้องถิ่น ได้ออกมายืนยันกับสำนักข่าวบีบีซีว่า เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเข้าขนย้ายเอกสารสำคัญทางราชการ รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงาน ออกมาจากตัวอาคารได้ทันท่วงทีก่อนที่อาคารจะทรุดตัวลงมาทั้งหมด
วิกฤตอุทกภัยและดินถล่มในเนปาลสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานริมแม่น้ำในภูมิภาคเอเชียใต้ ซึ่งเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วถี่ขึ้น ภัยพิบัติในลักษณะนี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่ออาคารสถานที่และเส้นทางคมนาคม แต่ยังตัดขาดการเข้าถึงบริการภาครัฐของประชาชนในยามฉุกเฉิน ซึ่งต้องอาศัยการเฝ้าระวังและการแจ้งเตือนล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน
ทั้งนี้ วิกฤตการณ์น้ำท่วมและดินถล่มระลอกล่าสุดนี้ ได้สร้างความเสียหายรุนแรงทั่วประเทศ โดยข้อมูลจากสำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติเนปาลระบุว่า มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 27 รายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
สถานการณ์ดังกล่าวยังซ้ำเติมประเทศเนปาลหนักขึ้นไปอีก เนื่องจากเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันบริเวณพรมแดนเนปาล-ทิเบต ซึ่งครั้งนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 1,400 ราย และมีประชาชนสูญหายอีกนับพันคน
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น