ทนายแจม ซัดรัฐบาล ปล่อยสายไหมจมน้ำ 4 วันก่อนนายกฯ ลงพื้นที่
ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลและอนุทิน ชาญวีรกูล กรณีความช่วยเหลือล่าช้าในพื้นที่สายไหม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ทนายแจมหรือศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาวิจารณ์การทำงานของภาครัฐ
- ระบุปัญหาความช่วยเหลือในเขตสายไหมล่าช้า นานถึง 4 วันก่อนนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่
- ตั้งคำถามถึงบทบาทของอนุทิน ชาญวีรกูล และการบริหารจัดการวิกฤตของรัฐบาล
- ชี้ให้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องรอความช่วยเหลืออย่างไร้ความหวัง
ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน หรือที่รู้จักกันในนามทนายแจม ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือดผ่านสื่อสังคมออนไลน์และพื้นที่ข่าวการเมือง โดยพุ่งเป้าไปที่การทำงานของภาครัฐในการเผชิญหน้ากับวิกฤตความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เขตสายไหม ซึ่งต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากต่อเนื่อง
ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือระยะเวลาในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ โดยเธอระบุว่าประชาชนในพื้นที่ต้องจมอยู่กับปัญหาและความเดือดร้อนนานถึง 4 วันเต็ม โดยไม่มีความช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพจากส่วนกลาง จนกระทั่งมีกำหนดการที่นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ ความช่วยเหลือและเจ้าหน้าที่จึงเริ่มระดมกำลังกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการบริหารจัดการภัยพิบัติหรือวิกฤตเฉพาะหน้าในประเทศไทย ที่มักถูกวิจารณ์ว่ามีการปฏิบัติงานแบบรวมศูนย์และให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ของผู้บริหารระดับสูง มากกว่าการกระจายอำนาจให้หน่วยงานท้องถิ่นเข้าแก้ไขปัญหาได้ทันที ซึ่งสร้างความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความช่วยเหลือของประชาชนในยามฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ทนายแจมยังได้พาดพิงถึงบุคคลสำคัญในรัฐบาลอย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล โดยตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบและการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงมาตรการเยียวยาที่ควรจะรวดเร็วกว่านี้ แทนที่จะรอให้ผู้บริหารสูงสุดเดินทางมาตรวจเยี่ยมจึงค่อยมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เสียงสะท้อนจาก สส.พรรคประชาชนรายนี้ ถือเป็นหนึ่งในหลายเสียงจากฝ่ายค้านที่พยายามกดดันรัฐบาลให้ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างระบบเตือนภัยหรือบรรเทาสุกข์ที่เข้าถึงประชาชนได้โดยไม่ต้องรอสัญญาณจากส่วนกลาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความล่าช้าซ้ำรอยในพื้นที่อื่นๆ ของกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น