ศศินันท์ จี้ถามในสภา อนุทิน อยู่ไหน หลังชาวสายไหมเผชิญน้ำท่วม 4 วันไร้เจ้าหน้าที่
น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายในสภาฯ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 ชี้วิกฤตน้ำท่วมเขตสายไหม 4 วัน ไร้หน่วยงานช่วยเหลือ พร้อมตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ อภิปรายในสภาฯ วันที่ 30 ก.ย. 2569
- ชี้วิกฤตน้ำท่วมเขตสายไหมผ่านไป 4 วันยังไร้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ
- ตั้งคำถามถึงการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีและเครื่องสูบน้ำปริศนา
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่าเหตุการณ์น้ำท่วมในปีนี้สะท้อนให้เห็นว่ากรุงเทพฯ ไม่เคยเรียนรู้บทเรียนจากมหาอุทกภัยเมื่อปี พ.ศ. 2554 เลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะพื้นที่เขตสายไหมที่ยังคงต้องรับน้ำจากพื้นที่อื่นที่แห้งสนิทแล้วเช่นเคย
น.ส.ศศินันท์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 4 วันที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่เขตสายไหมต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนักจากปัญหาน้ำท่วมขัง โดยไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ในขณะที่วันแรกที่มีกระแสข่าวเรื่องน้ำ ประชาชนต่างตื่นตระหนกและต้องการกระสอบทรายเป็นอย่างมาก แต่กลับต้องเผชิญชะตากรรมโดยลำพังในระยะแรกของวิกฤต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สส.กทม. พรรคประชาชน ยังได้กล่าวพาดพิงถึงกรณีที่มีการตั้งคำถามจากสมาชิกสภาท่านอื่นเกี่ยวกับการลงพื้นที่ของ สส. ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่เขตคลองจั่น โดยเธอได้สวนกลับในที่ประชุมสภาทันทีว่า ในขณะที่เกิดปัญหาความเดือดร้อนเช่นนี้ กลับไม่มีฝ่ายบริหารมารับฟังปัญหาในสภาแห่งนี้เลย
"วันนี้จึงอยากถามว่า วันนี้ในสภานายกฯ อยู่ที่ไหน ลองแพลนกล้องไปด้านบนได้เลย ไม่มีใครเลยจะมารับเรื่องเราในวันนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ ที่เดือดร้อนแต่รอบนอกก็เดือดร้อนไม่ต่างกัน เผลอๆ เจ้าหน้าที่สภาหลายคนก็ลุยน้ำมาทำงานกัน"
ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์
นอกจากนี้ น.ส.ศศินันท์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการบริหารจัดการความช่วยเหลือ โดยระบุว่าในวันที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปลงพื้นที่เอื้ออาทรเพิ่มสินนั้น ปรากฏว่ามีหน่วยงานและอุปกรณ์ต่างๆ แห่กันเข้ามาในพื้นที่อย่างมากมายอย่างไร้ที่มาที่ไป รวมถึงเครื่องสูบน้ำที่เคยหาไม่ได้ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่กลับปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันในคืนก่อนหน้า สร้างคำถามถึงความโปร่งใสและการประสานงานของหน่วยงานรัฐ
วิกฤตอุทกภัยในเขตเมืองใหญ่มักสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างในการบริหารจัดการน้ำและการบูรณาการความช่วยเหลือระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่น การที่ สส. ในฐานะตัวแทนประชาชนต้องออกมาสะท้อนเสียงผ่านรัฐสภา ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างในการสื่อสารและการเผชิญเหตุฉุกเฉิน ซึ่งมักมีความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรทรัพยากรระหว่างพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญกับชุมชนรอบนอกในยามเกิดภัยพิบัติ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น