พล.ท.อดุลย์ ลุยน้ำท่วมสายไหม สั่งระดมช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่เคหะชุมชนบ้านเอื้ออาทรคลองถนน เขตสายไหม เมื่อ 30 ก.ย. 69 สั่งเร่งช่วยผู้ป่วยติดเตียง 57 รายและแจกอาหาร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่เขตสายไหมเมื่อ 30 ก.ย. 69
- ชุมชนบ้านเอื้ออาทรคลองถนนมีผู้ป่วยติดเตียง 57 รายที่ต้องดูแลเร่งด่วน
- จัดตั้งครัวสนามพระราชทานประกอบอาหารแจกจ่ายถึงมือผู้ประสบภัย
- กองทัพลั่นพร้อมเคียงข้างประชาชนและลงพื้นที่ทุกวันจนกว่าน้ำจะลด
สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางลงพื้นที่เขตสายไหมเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด ณ บริเวณเคหะชุมชนบ้านเอื้ออาทรคลองถนน ซึ่งถือเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีประชาชนได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เอ่อล้นเป็นจำนวนมาก
จากการลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อน พบว่าภายในชุมชนแห่งนี้มีกลุ่มเปราะบางที่ต้องดูแลเป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงที่มีจำนวนมากถึง 57 ราย รวมถึงผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางออกมารับความช่วยเหลือได้ด้วยตนเอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจึงได้สั่งการให้ประสานงานร่วมกับกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ ระดมกำลังพลเข้ามาช่วยเหลือในด้านการเดินทาง การอพยพ และการดำรงชีวิตประจำวัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดตั้งครัวสนามพระราชทานขึ้นในพื้นที่ เพื่อทำหน้าที่ประกอบอาหารและแจกจ่ายให้กับประชาชน โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มผู้ที่ไม่สามารถเดินทางออกมาข้างนอกได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารและน้ำดื่มระหว่างที่ระดับน้ำยังไม่ลดลงสู่ภาวะปกติ
"ทหารพร้อมเข้าไปสนับสนุนในส่วนที่เรามีกำลังและเครื่องมือ เป้าหมายเดียวกันคือทำอย่างไรให้ความเดือดร้อนของประชาชนลดลง ยืนยันว่าทหารจะอยู่เคียงข้างประชาชนจนสถานการณ์จะคลี่คลาย แล้วตนจะลงพื้นที่ทุกวัน"
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
การลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่องของกระทรวงกลาโหมสะท้อนให้เห็นถึงกลไกการบูรณาการกำลังพลจากเหล่าทัพเข้ามาสนับสนุนกรุงเทพมหานครในยามวิกฤต โดยเฉพาะชุมชนแออัดหรือเคหะชุมชนขนาดใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่น การจัดตั้งครัวสนามและการเข้าถึงผู้ป่วยติดเตียงถือเป็นหัวใจสำคัญของการบรรเทาทุกข์ระยะเร่งด่วน เนื่องจากกลุ่มเปราะบางเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงหากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
ในช่วงท้าย กระทรวงกลาโหมยังคงกำชับให้ทุกหน่วยทหารเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นๆ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ทั้งในขั้นตอนการเผชิญเหตุและการฟื้นฟูหลังน้ำลด
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น