หลุมอุกกาบาตล้างไดโนเสาร์อาจเคยอุดมด้วยสิ่งมีชีวิตนานกว่า 5 ล้านปี
งานวิจัยเผยหลุมอุกกาบาตชิกซูลุบอาจมีน้ำร้อนอุดมด้วยสารอาหารไหลเวียนยาวนานกว่า 5 ล้านปีหลังการพุ่งชน ช่วยเอื้อให้สิ่งมีชีวิตเติบโตได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- หลุมอุกกาบาตชิกซูลุบอาจเคยอุดมด้วยสิ่งมีชีวิต
- น้ำร้อนและสารอาหารไหลเวียนนานกว่า 5 ล้านปี
- การพุ่งชนสร้างระบบนิเวศใต้ดินขนาดใหญ่
การศึกษาใหม่เกี่ยวกับหลุมอุกกาบาตชิกซูลุบ (Chicxulub) ซึ่งเกิดจากการพุ่งชนของดาวเคราะห์น้อยที่กวาดล้างไดโนเสาร์สูญพันธุ์เมื่อหลายล้านปีก่อน เปิดเผยความเป็นไปได้ว่าพื้นที่แห่งนี้อาจเคยเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหนาแน่นในยุคดึกดำบรรพ์ แม้ว่าการชนดังกล่าวจะทำลายสิ่งบนพื้นผิวโลกจนพินาศยับเยินก็ตามที
ทีมนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าพลังงานความมหาศาลจากการพุ่งชนได้สร้างระบบความร้อนใต้พิภพขนาดมหึมาขึ้นมา ส่งผลให้น้ำร้อนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารสำคัญสามารถไหลเวียนอยู่ภายในหลุมอุกกาบาตดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สภาพแวดล้อมอันอบอุ่นและเปี่ยมด้วยสารอาหารเหล่านี้ถูกคาดการณ์ว่าดำรงอยู่นานมากกว่า 5 ล้านปีหลังจากการพุ่งชนครั้งใหญ่สิ้นสุดลง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเพียงพอสำหรับการก่อตัวและวิวัฒนาการของจุลินทรีย์รวมถึงสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในระบบนิเวศใต้ดิน
การค้นพบนี้ช่วยเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อเหตุการณ์การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ (Mass Extinction) จากเดิมที่มองว่าเป็นความหายนะที่ทำลายทุกสิ่งอย่างไร้เยื่อใย มาเป็นการสร้างแหล่งกำเนิดพลังงานความร้อนใต้พิภพ (Hydrothermal system) ที่อาจกลายเป็นบ้านหลังใหม่ให้กับสิ่งมีชีวิตในยุคดึกดำบรรพ์ คล้ายกับปล่องน้ำร้อนใต้ทะเลลึกในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตแปลกตา
แม้ว่าผิวโลกด้านบนจะเต็มไปด้วยเถ้าถ่านและความมืดมิดจากฝุ่นละอองที่บังแสงอาทิตย์ แต่สภาพแวดล้อมใต้ดินลึกภายในหลุมอุกกาบาตกลับกลายเป็นขุมทรัพย์ทางชีวภาพที่ช่วยค้ำจุนการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตบางกลุ่มในช่วงเวลาอันวิกฤตของโลก
ที่มา: Ars Technica
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น