Skift Live Tourism Summit 2026: เจาะลึกกระแสท่องเที่ยวอีเวนต์
งาน Skift Live Tourism Summit 2026 ชี้อีเวนต์ใหญ่ทั้งคอนเสิร์ตและกีฬาคือตัวขับเคลื่อนการท่องเที่ยวหลัก เผยสถิติ 7 ใน 10 แฟนเพลงยอมเที่ยวเมืองที่ไม่เคยไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- การท่องเที่ยวเชิงอีเวนต์เติบโตแซงหน้าปฏิทินท่องเที่ยวแบบเดิม
- 7 ใน 10 ของแฟนเพลงวางแผนเดินทางไปเยือนจุดหมายใหม่ๆ
- ผู้บริหารชี้ความท้าทายเรื่องราคาโรงแรมและระยะเวลาจอง
การท่องเที่ยวเชิงอีเวนต์ในปัจจุบันได้ก้าวข้ามกรอบการเดินทางรูปแบบเดิมไปไกลมากแล้ว โดยผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อจัดระเบียบโครงสร้างรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่บริษัทท่องเที่ยวทั่วไปยังคงยึดติดกับการพึ่งพาสภาพอากาศ วันหยุดปิดเทอม และสถิติความต้องการเดินทางในอดีต แต่วงจรของความบันเทิงสดกลับขับเคลื่อนด้วยปฏิทินที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ราฟาต อาลี (Rafat Ali) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Skift ระบุว่า ตั้งแต่ตารางทัวร์คอนเสิร์ตไปจนถึงมหกรรมกีฬาระดับโลก ความต้องการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อร่วมงานอีเวนต์นั้นถูกกำหนดและมองเห็นล่วงหน้าเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปีแล้ว บริษัทผู้จัดงานคอนเสิร์ต มหกรรมกีฬา และเทศกาลต่างๆ มักจะมองเห็นสัญญาณความต้องการเหล่านี้ก่อนที่สายการบิน โรงแรม หรือบริษัทนำเที่ยวจะรับรู้เสียด้วยซ้ำ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การประชุม Skift Live Tourism Summit ได้หยิบยกประเด็นสำคัญขึ้นมาถกแถลงว่าอุตสาหกรรมควรทำอย่างไรกับความได้เปรียบด้านข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ โดยอลิชา สโตรเธอร์ (Alisha Strother) หัวหน้าฝ่ายวิจัยแฟนคลับและพาร์ทเนอร์ของ Live Nation เปิดเผยผลการศึกษาพบว่า แฟนเพลงจำนวนมากเลือกที่จะชมการแสดงก่อนแล้วค่อยวางแผนการเดินทางตามมา โดยมีข้อมูลระบุชัดเจนว่า 7 ใน 10 ของผู้ร่วมสำรวจเลือกเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน และเม็ดเงินกว่าร60% เกิดขึ้นนอกเหนือจากค่าบัตรและสถานที่จัดงาน
นอกจากนี้ เคนนี ชัม (Kenny Sham) จาก Klook ยังได้เปิดเผยสถิติเพิ่มเติมว่า 91% ของนักท่องเที่ยวสายอีเวนต์เลือกที่จะพำนักอยู่ในจุดหมายปลายทางนั้นนานกว่า 3 วัน ในขณะที่ สตีฟ ฮิลล์ (Steve Hill) ซีอีโอของการท่องเที่ยวลาสเวกัส ได้สะท้อนมุมมองจากการจัดแข่งขันรถสูตรหนึ่งหรือ Formula 1 ครั้งแรกว่า แม้การแข่งขันจะสร้างรายได้มหาศาล แต่สัปดาห์ดังกล่าวกลับเป็นช่วงที่มีอัตราการเข้าพักโรงแรมต่ำที่สุดในรอบปีของเมือง ทำให้ทางการต้องปรับกลยุทธ์เพิ่มกิจกรรมเสริมในปีต่อๆ มา
"อัตราค่าห้องพักโรงแรมในเทศกาลที่ประสบความสำเร็จบางครั้งพุ่งสูงขึ้นเท่าตัวในปีถัดมา"
ชาร์ลี วอล์กเกอร์ (Charlie Walker)
ในด้านความท้าทายเชิงพาณิชย์ ชาร์ลี วอล์กเกอร์ (Charlie Walker) จาก C3 Presents ระบุว่าราคาห้องพักโรงแรมในช่วงเทศกาลดังมักจะปรับตัวสูงขึ้นเท่าตัวในทุกๆ ปี ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนโดยรวมของการเข้าร่วมงานเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ด้านพอล เคน (Paul Caine) ประธานของ On Location มองว่าแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบเบ็ดเสร็จที่รวมตั๋ว ที่พัก และการเดินทางเข้าไว้ด้วยกัน คือกุญแจสำคัญในการรักษามูลค่าที่แฟนคลับไม่สามารถจัดการด้วยตัวเองได้
การวิเคราะห์เพิ่มเติม: ปรากฏการณ์การท่องเที่ยวเชิงอีเวนต์สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหา 'สถานที่ท่องเที่ยว' เป็นเป้าหมายหลักอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับ 'ประสบการณ์และกิจกรรมพิเศษ' เป็นอันดับแรก ความท้าทายจึงตกอยู่ที่เมืองเจ้าภาพในการสร้างสมดุลระหว่างความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจระยะสั้นและความยั่งยืนของชุมชน เพื่อไม่ให้ราคาที่พุ่งสูงเกินไปกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตในระยะยาว
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น