ภราดร เล็งรื้อดอกเบี้ย กยศ. แยกกลุ่มมีวินัย-ผิดนัดชำระ
นายภราดร ปริศนานันทกุล ชี้แจงในที่ประชุม กมธ.งบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2569 เตรียมปรับโครงสร้างดอกเบี้ย กยศ. ใหม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายภราดร ปริศนานันทกุล ชี้แจงปัญหาดอกเบี้ย กยศ. ต่ำเกินไป
- กมธ.งบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ประชุมติดตามปัญหา กยศ.
- เตรียมรื้อโครงสร้างดอกเบี้ยแยกกลุ่มมีวินัยและผิดนัด
- เสนอให้มหาวิทยาลัยและผู้ใหญ่บ้านช่วยเซ็นรับรองความจน
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดประชุมเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. โดยมี น.ส.รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมดังกล่าว
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมทั้งร่วมหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินและข้อติดขัดต่างๆ ของกองทุน โดยมุ่งเน้นไปที่การอุดรูรั่วและการบริหารจัดการหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้กองทุนสามารถหมุนเวียนทุนทรัพย์ช่วยเหลือเยาวชนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน
นายภราดร ได้อธิบายต่อที่ประชุมว่า เจตนารมณ์ดั้งเดิมของกองทุน กยศ. คือการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนและนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่ปัญหาในปัจจุบันกลับมีจุดเริ่มต้นมาจากการแก้ไขกฎหมายเมื่อปี 2566 ซึ่งมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและเบี้ยปรับลงอย่างมาก จากเดิมที่เคยกำหนดไว้สูงถึง 7-8เปอร์เซ็นต์
การปรับลดดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้กู้ยืมที่ระบุว่าภาระดอกเบี้ยเดิมสูงเกินไปจนไม่สามารถผ่อนชำระไหว ส่งผลให้ทุกพรรคการเมืองเห็นพ้องต้องกันในการลดดอกเบี้ยลงมาเหลือเพียง 0 ถึง 1เปอร์เซ็นต์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้กู้ในขณะนั้นตามความจำเป็นเร่งด่วน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"สิ่งที่แก้ปัญหาในวันนั้นกลับกลายเป็นปัญหาใหม่ เมื่อดอกเบี้ยต่ำ ทำให้มีผู้กู้บางส่วนไม่ยอมชำระเงินคืน กยศ."
นายภราดร ปริศนานันทกุล
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้สะท้อนมุมมองว่า มาตรการช่วยเหลือในอดีตกลับสร้างความท้าทายใหม่ในปัจจุบัน เมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ปรากฏว่ามีผู้กู้ยืมเงินจำนวนหนึ่งเลือกที่จะชะลอการชำระคืน หรือไม่ยอมผ่อนชำระหนี้ให้กับกองทุนตามกำหนดเวลา ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องโดยรวม
การปรับโครงสร้างหนี้และการทบทวนอัตราดอกเบี้ยของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการสร้างสมดุลระหว่างนโยบายสวัสดิการสังคมและการรักษาวินัยทางการเงินของประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ moral hazard หรือพฤติกรรมเสี่ยงที่ผู้กู้ละเลยการชำระหนี้เพราะมองว่าไม่มีต้นทุนทางดอกเบี้ยที่สูงเหมือนในอดีต
จากปัญหาดังกล่าว ทางภาครัฐจึงเตรียมที่จะรื้อโครงสร้างดอกเบี้ยใหม่ทั้งหมด โดยมีการวางแนวทางแบ่งแยกกลุ่มผู้กู้ยืมออกเป็นกลุ่มที่มีวินัยในการชำระเงินกับกลุ่มที่ผิดนัดชำระอย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีแนวคิดให้ทางมหาวิทยาลัยและผู้ใหญ่บ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการเซ็นรับรองความยากจนของผู้กู้ เพื่ออุดรูรั่วและคัดกรองผู้มีสิทธิอย่างแม่นยำ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น