เด็กอินเดียเสียชีวิตปริศนาในบาลากฮาต: โรคระบาดและความยากลำบาก
เด็กหลายรายเสียชีวิตในพื้นที่ห่างไกลของอำเภอบาลากฮาต รัฐมัธยประเทศ ท่ามกลางอุปสรรคการเดินทาง ความเชื่อดั้งเดิม และโรคหัด-มาลาเรีย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เด็กหลายรายเสียชีวิตในหมู่บ้านห่างไกลของอำเภอบาลากฮาต รัฐมัธยประเทศ
- เจ้าหน้าที่ระบุสาเหตุหลักมาจากโรคหัดและมาลาเรีย ควบคู่กับภาวะทุพโภชนาการ
- การเดินทางยากลำบากในช่วงฤดูมอนสูตรและโรงพยาบาลรัฐอยู่ห่างไกลถึง 70 กิโลเมตร
- ความเชื่อท้องถิ่นเรื่องเจ้าแม่โรคระบาดทำให้ครอบครัวบางส่วนลังเลที่จะพาเด็กไปหาแพทย์
ในเวลาประมาณตีสามของเดือนพฤษภาคม แบมิตา มาร์กัม เด็กหญิงวัย 3 ขวบ เริ่มมีอาการชักอย่างรุนแรง เธอมีไข้สูงและแผลพุพองสีแดงตามตัวมาหลายวันแล้ว โดยแม่ของเธอชื่อว่า กอูชิลา เคยพาไปพบแพทย์และได้รับยาขี้ผึ้งมาทา แม้ว่าอาการจะดูเหมือนดีขึ้นแต่ก็กลับมากำเริบอีกครั้ง ครอบครัวจึงพึ่งพาหมอผีประจำหมู่บ้านในหมู่บ้านมัตลาที่ให้ทั้งน้ำเชื่อมและยาเม็ด แต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งรุ่งสาง แบมิตา ได้เสียชีวิตลง
เจ้าหน้าที่ระบุว่าการเสียชีวิตของเด็กๆ ในพื้นที่นี้มีสาเหตุหลักมาจากโรคหัดและมาลาเรีย ซึ่งอาจทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นจากภาวะทุพโภชนาการและความล่าช้าในการรักษา โดยเชื่อว่ามีเด็กเสียชีวิตจากโรคหัดประมาณ 8 ถึง 10 ราย และจากมาลาเรียอีกราว 10 ราย ขณะที่เด็กหลายคนติดเชื้อมากกว่าหนึ่งชนิดพร้อมกัน
ซานเจย์ อูอีย์ ผู้แทนราษฎรในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2013 กล่าวว่าตนไม่เคยเห็นการระบาดในลักษณะนี้มาก่อน แม้แต่พ่อของเขาที่เป็น ส.ส. มาสองสมัยก็ไม่เคยพบเหตุการณ์เด็กเสียชีวิตจำนวนมากในเวลาอันสั้นเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม โรคภัยไข้เจ็บเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาเท่านั้น ในพื้นที่ป่าห่างไกลของบาลากฮาต การเดินทางไปยังศูนย์สุขภาพถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูมอนสูตรที่เส้นทางดินโคลนกลายเป็นอุปสรรคใหญ่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"ถ้าฉันสามารถพาเธอไปโรงพยาบาลได้ เธออาจจะรอดชีวิต"
กอูชิลา แม่ของเด็กหญิงแบมิตา
โรงพยาบาลรัฐที่ใกล้ที่สุดคือสถานพยาบาลขนาด 100 เตียงในเมืองเบอร์ซา ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 70 กิโลเมตร สำหรับครอบครัวที่ไม่มีพาหนะ การเดินทางหมายถึงการเผชิญกับเส้นทางโคลน การใช้เปลไม้ไผ่ทำมือ หรือรถจักรยานยนต์ และต้องสูญเสียรายได้ไปหนึ่งวันเต็ม เมื่อแบมิตาป่วยหนัก ครอบครัวจึงไม่สามารถพาเธอไปโรงพยาบาลได้ทันท่วงทีเนื่องจากฝนตกหนักและไม่มีวิธีเดินทาง
วิกฤตการณ์ในอำเภอบาลากฮาตสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกลของอินเดีย นอกเหนือจากอุปสรรคทางภูมิศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนนหนทางแล้ว ปัจจัยทางวัฒนธรรมและความเชื่อดั้งเดิม เช่น การมองว่าโรคบางชนิดเกิดจากสิ่งเหนือธรรมชาติหรือเทพเจ้า ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องอาศัยความเข้าใจและการลงพื้นที่เชิงรุกเพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขอนามัยควบคู่ไปกับการรักษาพยาบาล
ในบางครอบครัว เมื่อเด็กเจ็บป่วย พวกเขาเชื่อว่าเกิดจาก "มาตา อา กายี" หรือการมาเยือนของเจ้าแม่โรคระบาด ซึ่งต้องใช้วิธีทำพิธีอาบน้ำ ถวายน้ำเย็น และใบสะเดาเป็นเวลา 7 ถึง 9 วัน แทนที่จะรีบพาไปรักษาทางการแพทย์ ทว่าเมื่อยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้น เจ้าหน้าที่และผู้นำท้องถิ่นจึงต้องเข้ามาระงับเหตุ โดยมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่รัฐได้เข้าช่วยเหลือและนำตัวเด็กที่ป่วยหนักส่งโรงพยาบาล ซึ่งช่วยให้เด็กเหล่านั้นรอดชีวิตทั้งหมด
ที่มา: BBC Health
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น