Design Museum Gent 2026: เปิดอาคารใหม่ใช้อิฐขยะรีไซเคิล
Design Museum Gent ในเบลเยียมเตรียมเปิดให้บริการวันที่ 3 ตุลาคม 2026 หลังปิดปรับปรุง 4 ปี พร้อมอาคารใหม่พื้นที่ 2,200 ตร.ม.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Design Museum Gent เตรียมเปิดบริการ 3 ตุลาคม 2026 หลังปิดปรับปรุง 4 ปี
- เพิ่มอาคารปีกใหม่ขนาด 2,200 ตารางเมตร ออกแบบโดย Carmody Groarke และ ATAMA
- ใช้อิฐ Gent Waste Brick จากขยะเทศบาลท้องถิ่นมากกว่า 82,000 ก้อน
- จัดแสดงนิทรรศการเปิดตัวรวมกว่า 500 ชิ้น พร้อมพื้นที่สาธารณะและเวิร์กช็อป
Design Museum Gent พิพิธภัณฑ์ชื่อดังในเมืองเกนต์ ประเทศเบลเยียม มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 3 ตุลาคม 2026 นี้ หลังจากต้องปิดทำการเพื่อดำเนินโครงการบูรณะและขยายพื้นที่ครั้งใหญ่เป็นเวลา 4 ปีเต็ม โดยโครงการดังกล่าวเป็นการร่วมมือกันระหว่างสตูดิโอสถาปัตยกรรม Carmody Groarke และ ATAMA ที่เข้ามาดูแลการสร้างส่วนต่อขยายใหม่ ขณะที่สำนักงาน RE-ST รับหน้าที่ฟื้นฟูอาคารประวัติศาสตร์เดิมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพื่อปรับโฉมพิพิธภัณฑ์ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่เปิดกว้างสำหรับการสำรวจบทบาทของงานดีไซน์
การปรับปรุงครั้งนี้ครอบคลุมการสร้างอาคารปีกใหม่ขนาด 2,200 ตารางเมตร ซึ่งเข้ามาเติมเต็มพื้นที่ว่างบริเวณคอร์ทยาร์ดประวัติศาสตร์ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อาคารใหม่แห่งนี้ถูกออกแบบให้มีพื้นที่เปิดโล่งสำหรับจัดนิทรรศการ เวิร์กช็อป การบรรยาย และกิจกรรมชุมชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในด้านวัสดุก่อสร้าง โครงสร้างใหม่นี้เลือกใช้ไม้และอิฐสีขาว โดยเฉพาะผนังอาคารที่ผลิตขึ้นจาก Gent Waste Brick ซึ่งเป็นอิฐรักษ์โลกที่ผ่านกระบวนการบ่มด้วยปูนขาวจากขยะเทศบาลในท้องถิ่น และผลิตขึ้นในเมืองเกนต์มากกว่า 82,000 ก้อนด้วยกรรมวิธีใช้พลังงานต่ำ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การใช้วัสดุรีไซเคิลอย่าง Gent Waste Brick ในงานสถาปัตยกรรมสาธารณะขนาดใหญ่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการหมุนเวียนทรัพยากร (Circular Economy) ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการทดลองในกลุ่มย่อยมาสู่การใช้งานจริงระดับเมือง ซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตวัสดุก่อสร้างใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งสร้างเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่เชื่อมโยงกับบริบทท้องถิ่นของเมืองเกนต์ได้อย่างแนบเนียน
โครงการสถาปัตยกรรมชิ้นนี้เป็นการหลอมรวมกลุ่มอาคารที่มีความหลากหลายตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 16 ถึงศตวรรษที่ 20 เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน โดยอาคารใหม่ถูกแทรกตัวบริเวณทางเดินทิศใต้ที่เคยใช้งานน้อยและพื้นที่ว่างใจกลางพื้นที่เดิม การจัดผังภายในแบ่งออกเป็น 6โซนหลัก ได้แก่ พื้นที่จัดการงานศิลปะชั้นใต้ดิน, โซนต้อนรับและร้านค้า Stadskamer, พื้นอกสารบรรยาย Forum, เวิร์กช็อป Atelier, พื้นที่จัดนิทรรศการหมุนเวียน Vitrine และเดอะลอฟท์ (Loft) พื้นที่จัดอีเวนต์บนชั้นสี่ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองเกนต์
สำหรับการจัดแสดงภายใน พิพิธภัณฑ์ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการนำเสนอคอลเลกชันใหม่ โดยนิทรรศการที่มีชื่อว่า Collection. Models from the Past for the Future ซึ่งคัดสรรโดย Evelien Bracke จะนำวัตถุกว่า 500 ชิ้นจากคอลเลกชันที่มีอยู่ทั้งหมด 24,000 ชิ้นมาจัดหมวดหมู่ใหม่ผ่านประเด็นร่วมสมัย เช่น การคัดลอก ความสะดวกสบาย การย้ายถิ่นฐาน รอยพับ และความเชื่อมโยง แทนที่จะเรียงตามลำดับเวลาหรือผู้ออกแบบแบบเดิม เพื่อตั้งคำถามว่าแนวคิดการออกแบบในอดีตยังหลงเหลือคุณค่าใดให้พิจารณาใหม่ในยุคปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ Public Matter(s): Design and Democracy ซึ่งดูแลโดย Amelie Klein และ Vera Sacchetti ที่ชวนให้ผู้เข้าชมมองเห็นระบบประชาธิปไตยในฐานะโครงสร้างที่ถูก 'ออกแบบ' ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นบัตรเลือกตั้ง อาคารรัฐสภา หรือกระบวนการลงคะแนน รวมถึงประเด็นความเท่าเทียมและการเข้าถึงสิทธิการเลือกตั้งของประชาชนทุกกลุ่ม
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น