ข้ามไปเนื้อหาหลัก

แพกู้ภัยจากทุ่นลอยน้ำ 2026: อว. นำทัพช่วยเหลือผู้ประสบภัยลาดกระบัง

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. นำทีม สจล. และ SCGC ลงพื้นที่ท่าเรือพระจอมเกล้าลาดกระบัง เมื่อ 1 ต.ค. 2569 ทดสอบแพกู้ภัยรับน้ำหนัก 2-3 ตัน เตรียมส่งมอบให้ กทม.

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
01 Oct 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
แพกู้ภัยจากทุ่นลอยน้ำ 2026: อว. นำทัพช่วยเหลือผู้ประสบภัยลาดกระบัง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นำทีม อว. ลงพื้นที่ท่าเรือพระจอมเกล้าลาดกระบังเมื่อ 1 ต.ค. 2569
  • เปิดตัวแพกู้ภัยจากทุ่นลอยน้ำคุณภาพสูง รับน้ำหนักได้ 2-3 ตันเพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัย
  • ความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว., สจล., SCGC และ TTA Group บรรเทาทุกข์ประชาชน

เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ ท่าเรือพระจอมเกล้าลาดกระบัง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยคณะ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมการนำนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติในครั้งนี้

ไฮไลต์สำคัญของการลงพื้นที่ในครั้งนี้คือการทดสอบและใช้งานนวัตกรรม "ทุ่นลอยน้ำคุณภาพสูง" ซึ่งถูกนำมาประยุกต์ประกอบเป็น "แพกู้ภัย" เพื่อใช้ในการเดินทางเข้าถึงพื้นที่ชุมชนที่ถูกน้ำท่วมขังและได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที โดยแพกู้ภัยดังกล่าวมีความสามารถในการรองรับน้ำหนักและบรรทุกสิ่งของหรือผู้ประสบภัยได้ถึง 2-3 ตัน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งเสบียงอาหารและย้ายถิ่นฐานชั่วคราวได้อย่างปลอดภัย

Thailand flood disaster relief rescue boat

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

2-3 ตันน้ำหนักบรรทุกสูงสุดของแพกู้ภัย

นวัตกรรมแพกู้ภัยนี้เกิดขึ้นจากการบูรณาการความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน นำโดยกระทรวง อว., สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนทุ่นลอยน้ำและนวัตกรรมจากบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ผ่านทางการนำทีมของนายพรชัย แสงรุ่งศรี ผู้จัดการศูนย์นวัตกรรม i2P (Ideas to Products)

การนำทุ่นลอยน้ำคุณภาพสูงมาประยุกต์เป็นแพกู้ภัยในสถานการณ์อุทกภัยสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการนำงานวิจัยและนวัตกรรมวัสดุศาสตร์มาแก้ปัญหาภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็ว การร่วมมือระหว่างกระทรวง อว., สถาบันการศึกษาอย่าง สจล. และภาคอุตสาหกรรมเคมีอย่าง SCGC ช่วยให้ภาครัฐสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานและผลิตได้จริงในประเทศ ลดการพึ่งพาอุปกรณ์นำเข้าและเพิ่มความคล่องตัวในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูงที่ยานพาหนะทั่วไปเข้าไม่ถึง

สำหรับการดำเนินงานในขั้นตอนนี้ คณะทำงานเตรียมที่จะส่งมอบแพกู้ภัยจากทุ่นลอยน้ำดังกล่าวให้กับทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อนำไปกระจายกำลังและใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยและชุมชนต่างๆ ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลต่อไป

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้