ข้ามไปเนื้อหาหลัก

อินฟินีออนเปิดโรงงานชิป 4.8 หมื่นล้านในสมุทรปราการ 2569

อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ เปิดโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ 4.8 หมื่นล้านบาทในสมุทรปราการ เมื่อ 1 ต.ค. 2569 ขึ้นแท่นฐานผลิต Backend ใหญ่สุดในโลก

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
02 Oct 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
อินฟินีออนเปิดโรงงานชิป 4.8 หมื่นล้านในสมุทรปราการ 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • อินฟินีออนเปิดโรงงานเซมิคอนดักเตอร์มูลค่ากว่า 48,000 ล้านบาทในสมุทรปราการ
  • ตั้งเป้าขยาย 5 เฟส ดันไทยขึ้นแท่นฐานผลิต Backend ใหญ่ที่สุดในโลก
  • โรงงานใช้ระบบอัตโนมัติ 100% พร้อมขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสีเขียว

อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่จากประเทศเยอรมนี ประกาศเปิดโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นปลาย หรือ Backend แห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 การลงทุนมูลค่ากว่า 48,000 ล้านบาทครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากบีโอไอ เพื่อตอบสนองความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ที่พุ่งสูงขึ้นตามเมกะเทรนด์โลก ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การใช้พลังงานไฟฟ้า และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

พิธีเปิดครั้งนี้มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นาย Michael Reiffenstuel เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย และมร. อเล็กซานเดอร์ กอร์สกี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของอินฟินีออน เทคโนโลยีส์ เข้าร่วมงาน

Thailand industrial estate factory modern architecture

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

โรงงานแห่งใหม่ในสมุทรปราการนี้ถือเป็นฐานการผลิตระบบชิปควบคุมพลังงานแห่งที่ 3 ของบริษัทต่อจากเยอรมนีและจีน โดยเริ่มต้นเดินเครื่องในเฟสแรกที่มีพื้นที่ห้องคลีนรูม 30,000 ตารางเมตร และถูกออกแบบให้สามารถขยายเพิ่มได้จนครบ 5 โมดูลในอนาคต หากดำเนินการครบทุกเฟสจะมีพื้นที่คลีนรูมรวมถึง 150,000 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าโรงงานปัจจุบันของบริษัทถึง 2 เท่า และผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตขั้นประกอบและทดสอบที่ใหญ่ที่สุดในโลกของอินฟินีออน

48,000 ลบ.มูลค่าการลงทุนโรงงานใหม่
150,000 ตร.ม.พื้นที่คลีนรูมรวม 5 เฟส
5,000 คนแผนการจ้างงานบุคลากรไทย

ความโดดเด่นของโรงงานแห่งนี้คือการเป็นโรงงานอัตโนมัติแห่งแรกของอินฟินีออนที่รวมการทดสอบเวเฟอร์ การผลิต Power Module และการทดสอบวงจรรวมไว้ในสถานที่เดียวกัน พร้อมขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสีเขียว 100% ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ระบบหมุนเวียนน้ำ และระบบกักเก็บน้ำฝนเพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินต์ มร. อเล็กซานเดอร์ กอร์สกี เผยว่าเหตุผลที่เลือกประเทศไทยเพราะมีความพร้อมทั้งด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ บุคลากร และทำเลที่ตั้งที่เชื่อมโยงตลาดเอเชียได้เป็นอย่างดี

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"การลงทุนครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทาง All in AI ของรัฐบาล และช่วยพาไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าเทคโนโลยีโลก"

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

ตลาดชิปควบคุมพลังงานหรือ Power Module ถือเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ โดยคาดการณ์ว่าตลาดนี้จะเติบโตจาก 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 สู่กว่า 107,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2578 การที่อินฟินีออนเลือกไทยเป็นฐานการผลิตใหญ่ระดับโลกจึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศในระยะยาว

นอกจากเม็ดเงินลงทุนแล้ว บีโอไอยังได้กำหนดเงื่อนไขความร่วมมือเพื่อสร้างคุณค่าในประเทศ ได้แก่ แผนจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 5,000 คน การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์กว่า 600 คน การส่งบุคลากร 130 คนไปฝึกอบรมที่ต่างประเทศ การพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคการศึกษาไม่น้อยกว่า 60 วิชา เปิดรับนักศึกษาฝึกงานกว่า 1,100 คน และดำเนินโครงการวิจัยร่วมกับสถาบันในประเทศไม่น้อยกว่า 18 โครงการ โดยมีเป้าหมายผลักดันยุทธศาสตร์ชิปเมดอินไทยแลนด์ต่อไป

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้