ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Techsauce Global Summit 2026: AI ลงทุนแทน 100% ได้ไหม

สรุปมุมมอง 3 ผู้เชี่ยวชาญจากเวที Techsauce 2026 เผยบทบาท AI การลงทุน ข้อจำกัด และเหตุผลที่ยังไม่ควรให้ AI ดูแลเงินทั้งหมด

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
02 Oct 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Techsauce Global Summit 2026: AI ลงทุนแทน 100% ได้ไหม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • AI ช่วยประมวลผลข้อมูลและติดตามตลาด แต่ยังมี 4 เรื่องที่เจ้าของเงินต้องกำหนดเอง
  • โมเดลภาษา (LLM) เก่งการสรุปข่าว แต่อาจให้ข้อมูลผิดพลาด ส่วน Quant แม่นยำแต่ไร้อารมณ์
  • อุปสรรคสำคัญของการลงทุนไม่ใช่ขาดข้อมูล แต่คือขาดวินัยเมื่อเจอความผันผวน
  • ผู้เชี่ยวชาญแนะให้ใช้ AI เป็นผู้ช่วยและแบ่งเงินบางส่วนทดลอง ไม่ควรให้ดูแลพอร์ต 100%

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังเข้ามามีบทบาทในโลกการลงทุนมากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการหาข้อมูล สรุปข่าว วิเคราะห์ธุรกิจ ไปจนถึงการคัดกรองหุ้นและกองทุน ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า หากวันหนึ่ง AI สามารถทำงานในกระบวนการลงทุนได้มากขึ้น เราจะกล้าให้มันเข้ามาดูแลเงินของเราทั้งหมดหรือไม่

ประเด็นนี้ถูกหยิบยกมาถกกันในเซสชั่น 'Would You Dare to Let AI Invest for You 100?' บนเวที Techsauce Global Summit 2026 โดยมีคุณวทันยา บุนนาค Co-CEO of Liberator Securities, คุณธานินทร์ แซมมณี CEO and founder of Deepscope และคุณเมธพนธ์ อมรธีรสรรค์ นักลงทุนและเจ้าของเพจหุ้นเปลี่ยนโลก มา่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึก

คุณวทันยา บุนนาค ระบุว่า หัวใจสำคัญของการนำ AI มาใช้กับการลงทุน คือการทำอย่างไรให้เทคโนโลยีช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงข้อมูลที่ดี เครื่องมือที่ใช้งานได้จริง และตัดสินใจได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น แม้ปัจจุบัน AI จะช่วยประมวลผลข้อมูล ติดตามตลาด และดูเรื่องความเสี่ยงได้ดีขึ้น แต่มี 4 เรื่องที่ยังไม่ควรปล่อยให้ AI ตัดสินใจแทน ได้แก่ ระดับความเสี่ยง เป้าหมายทางการเงิน ระยะเวลาการลงทุน และแผนการใช้ชีวิต เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องส่วนตัว

Thailand university campus building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

4เรื่องสำคัญที่ AI ไม่ควรตัดสินใจแทน

ในมุมมองของคุณธานินทร์ แซมมณี ชี้ว่าเราต้องแยกบทบาทระหว่างโมเดลภาษา (LLM) กับระบบวิเคราะห์เชิงตัวเลขให้ออก โดย LLM เก่งเรื่องการจัดการข้อมูลตัวอักษร สรุปข่าว และอ่านงบการเงิน แต่อาจมีจุดอ่อนเรื่องการให้ข้อมูลผิดพลาด ส่วนระบบ Quant จะทำงานบนกฎเกณฑ์และสูตรคำนวณที่ตายตัว ประเมินตัวชี้วัดด้วยมาตรฐานเดียวกัน และปัจจุบันระบบ Quant ยังฉลาดขึ้นจนใช้ Machine Learning สร้างสูตรสแกนหุ้นได้เอง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"อุปสรรคใหญ่ของการลงทุนไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือการขาดวินัย"

คุณเมธพนธ์ อมรธีรสรรค์

ด้านคุณเมธพนธ์ อมรธีรสรรค์ เสริมว่า ต่อให้มีข้อมูลล้นมือ แต่นักลงทุนก็ยังอาจพ่ายแพ้ต่อความโลภและความกลัวที่ทำให้ตัดสินใจแหกกฎ นอกจากนี้ AI กำลังพัฒนาไปเป็น AI Agent หรือสมองที่สองที่คิดวิเคราะห์ได้เอง แต่เขาก็มองว่ายังไม่ควรปล่อยให้ AI จัดการเงินทั้งหมด เพราะ LLM มักให้น้ำหนักกับกระแสข่าวล่าสุดมากเกินไป หากจะทดลองใช้งานควรแบ่งเงินเพียงบางส่วนมาทดสอบเท่านั้น

บทวิเคราะห์เพิ่มเติมชี้ให้เห็นว่า การนำ AI มาใช้ในการลงทุนในปัจจุบันอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ระหว่างการใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อลดอคติทางอารมณ์ของมนุษย์ กับความเสี่ยงจากข้อจำกัดทางเทคนิค เช่น ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือการให้น้ำหนักข่าวสารระยะสั้นมากเกินไป การผสมผสานระหว่างมุมมองของมนุษย์ที่เข้าใจเป้าหมายชีวิตและระบบคำนวณที่แม่นยำจึงเป็นแนวทางที่สมดุลที่สุดในปัจจุบัน

สำหรับทิศทางในอนาคต คุณวทันยาเผยว่า Liberator กำลังเตรียมเปิดตัวบริการ AI รูปแบบใหม่ เพื่อช่วยนักลงทุนจัดการข้อมูลและบริหารพอร์ตอย่างเป็นระบบภายใต้กรอบความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความซับซ้อนและเปิดกว้างให้ทุกคนเข้าถึงเครื่องมือคุณภาพสูงได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดพอร์ต

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้