อนุทิน ชาญวีรกูล เผยเคยเกือบถูกอุ้มตอนอายุไม่ถึง 30 ปี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เผยเรื่องราวอดีตเกือบถูกนักเลงหัวไม้อุ้มเมื่ออายุยังไม่ถึง 30 ปี หลังไปขัดใจผู้มีอำนาจจัดฮั้วประมูล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อนุทิน ชาญวีรกูล เล่าประสบการณ์ในอดีตเคยเกือบถูกอุ้มตอนอายุไม่ถึง 30 ปี
- เหตุเกิดเพราะไปขัดผลประโยชน์และขัดใจผู้ที่มีอิทธิพลในการจัดฮั้วประมูล
- ประกาศกร้าวผ่านงาน Dinner Talk พร้อมรับเรื่องร้องเรียนเรื่องการกลั่นแกล้งประมูลภาครัฐด้วยตนเอง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้บอกเล่าเรื่องราวในอดีตระหว่างการขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงาน Dinner Talk ที่จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Zero Corruption: From Polity to Action” โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
ในการกล่าวปาฐกถาครั้งนี้ มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมรับฟังหลายท่าน อาทิ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงตัวแทนจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวในวัยหนุ่มที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนว่า ตนเคยเกือบตกเป็นเป้าหมายถูกอุ้มโดยกลุ่มนักเลงหัวไม้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สาเหตุที่ทำให้ต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตรายในครั้งนั้น นายอนุทินระบุว่าเป็นเพราะตนไปขัดใจบุคคลที่มีอิทธิพลและมีความสามารถในการจัดฮั้วประมูล ทำให้ในช่วงเวลานั้นการใช้ชีวิตประจำวันต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก และจำเป็นต้องมีทีมงานคอยดูแลคุ้มกันถึง 3-4 คนในทุกๆ ที่ที่เดินทางไป
ประสบการณ์ในวัยหนุ่มที่เกี่ยวข้องกับการประมูลและการแข่งขันทางธุรกิจ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการฮั้วประมูลในอดีตที่ฝังรากลึกและมีความรุนแรงถึงขั้นเอาชีวิต การที่ผู้นำประเทศหยิบ1ยกเรื่องนี้มาบอกเล่าจึงไม่ใช่เพียงแค่เกร็ดชีวิตส่วนตัว แต่เป็นการสะท้อนความเข้าใจในปัญหาโครงสร้างการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่ผู้ประกอบการมักต้องเผชิญกับอุปสรรคและการกลั่นแกล้งจากผู้มีอิทธิพลมาอย่างยาวนาน
ในประเด็นเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในปัจจุบัน นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนดคุณสมบัติให้มีความโปร่งใส เพื่อให้ทุกฝ่ายในภาคธุรกิจไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบกัน และข้อกำหนดสเปกงานจะต้องมีความเป็นธรรม ปราศจากการล็อกสเปกอย่างเด็ดขาด
พร้อมกันนี้ นายอนุทินได้เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการที่รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนมายังตนได้โดยตรงหากพบปัญหาถูกวางสเปก ถูกเรียกรับผลประโยชน์ ถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกกระบวนการดึงเชงในการประมูลภาครัฐ ซึ่งเจ้าตัวระบุว่ามีความยินดีและชื่นชอบที่จะใช้เวลาอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งในการประมูลเหล่านี้ด้วยตนเอง
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น