เส้นทางมาร์เซีย คิลกอร์ จากเด็กดรอปเรียนมหาวิทยาลัยสู่นักธุรกิจความงามระดับโลก
ถอดบทเรียน 5 กุญแจความสำเร็จจากผู้ก่อตั้ง Beauty Pie, Bliss และ FitFlop ที่เริ่มต้นจากศูนย์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- มาร์เซีย คิลกอร์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Beauty Pie และ FitFlop
- เส้นทางธุรกิจเริ่มต้นจากการดรอปเรียนมหาวิทยาลัยเพราะปัญหาการเงิน
- เผย 5 เคล็ดลับความสำเร็จตั้งแต่การเลือกธุรกิจถึงการทดสอบไอเดีย
ชื่อของ มาร์เซีย คิลกอร์ (Marcia Kilgore) อาจไม่ใช่ชื่อที่ทุกคนคุ้นหูในทันที แต่สำหรับแบรนด์เครื่องสำอางระบบสมาชิกออนไลน์อย่าง Beauty Pie ถือเป็นผู้พลิกโฉมวงการความงามระดับโลก ก่อนที่เธอจะเปิดตัว Beauty Pie ในปี ค.ศ. 2016 หญิงวัย 57 ปีรายนี้ผ่านการสร้างแบรนด์ดังมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสปาหรู Bliss, แบรนด์สกินแคร์และเมคอัพ Soap & Glory รวมถึงแบรนด์รองเท้า FitFlop
ย้อนกลับไปในช่วงวัยรุ่น คิลกอร์เติบโตมาพร้อมกับความทรงจำเกี่ยวกับความเครียดจากปัญหาความไม่มั่นคงทางการเงิน เธอไม่ได้มีแผนธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ในตอนแรก เมื่อย้ายจากประเทศแคนาดามาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยโคลอมเบีย (Columbia University) แผนทุนการศึกษาของเธอกลับล้มเหลว ทำให้เธอต้องหาพาร์ทไทม์ทำเพื่อเลี้ยงชีพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เธอเริ่มต้นจากการเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวควบคู่ไปกับการเข้าเรียนคอร์สด้านความงามในภาคค่ำ ก่อนจะพบว่าตนเองมีความสามารถและชื่นชอบในงานด้านนี้เป็นพิเศษ จนกระทั่งตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อเดินเส้นทางสายนี้อย่างเต็มตัว ช่วงที่ทำงานในร้านเสริมสวย เธอต้องรับผิดชอบทุกหน้าที่ตั้งแต่ซักผ้า ทำทรีตเมนต์ ไปจนถึงการฝึกอบรมพนักงาน ซึ่งประสบการณ์ภาคสนามเหล่านี้กลายเป็นรากฐานอันล้ำค่าเมื่อเธอขยายกิจการเปิด Bliss Spa ในลอนดอนช่วงทศวรรษที่ 1990
การสร้างธุรกิจจากทักษะหน้างานจริง (Hands-on experience) ถือเป็นจุดแข็งสำคัญของผู้ประกอบการรุ่นบุกเบิก การที่คิลกอร์เข้าใจทุกกระบวนการตั้งแต่ระดับปฏิบัติการทำให้เธอสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วเมื่อพนักงานลาออกกะทันหัน ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่สตาร์ทอัพยุคใหม่ควรศึกษาเพื่อความยืดหยุ่นในการบริหาร
สำหรับคำแนะนำในการสร้างธุรกิจ คิลกอร์ได้ฝาก 5 เคล็ดลับสำคัญไว้ดังนี้:
- เริ่มต้นธุรกิจในสาขาที่คุณมีความรู้และเข้าใจอย่างแท้จริง
- อธิบายคุณค่าของไอเดียให้ชัดเจนในประโยคเดียวและทดสอบกับตลาดเป้าหมาย
- หลีกเลี่ยงภาวะหลงรักไอเดียตัวเองหรือ Ownership bias
- สร้างความประทับใจและความภักดีด้วยความสุภาพ ตรงต่อเวลา และเป็นมิตร
- เตรียมพร้อมรับมือกับการเสียสละครั้งใหญ่และบริหารเวลาชีวิตครอบครัว
"I made sure I was the sunniest, hardest working and most diligent person to do that service."
Marcia Kilgore
นอกจากนี้ เธอยังแนะนำให้ใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาช่วยทดสอบและท้าทายไอเดียธุรกิจ รวมถึงการใช้ "การทดสอบบนเตียงมรณะ" (deathbed test) เพื่อประเมินว่าโปรเจกต์นั้นคุ้มค่าที่จะแลกด้วยเวลาในชีวิตจริงหรือไม่ก่อนจะลงมือทำ
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น