โรม ท้า ไอเดียร์-สามี แจงกมธ.กฎหมายฯ ปมสินบน 40 ล้าน
รังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.การกฎหมายฯ นัด 7 ต.ค. 2569 สอบ น.ส.สุดาชา และสามีชาวจีน ปมสินบน 40 ล้านบาท พร้อมขยายผลคดีฟอกเงินและคริปโต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รังสิมันต์ โรม นัด น.ส.สุดาชา และสามี แจง กมธ.การกฎหมายฯ วันที่ 7 ต.ค. 2569 นี้
- ประเด็นหลักมุ่งตรวจสอบปมสินบน 40 ล้านบาท พร้อมขยายผลคดีฟอกเงินและคริปโตเคอเรนซี
- โรมชี้เป็นการเปิดโอกาสพิสูจน์ความบริสุทธิ์ พร้อมติง มัลลิกา อย่าใช้มิติเรื่องเพศกลบเกลื่อนการตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการเรียกตัวบุคคลที่ตกเป็นประเด็นร้อนเข้าให้ข้อมูล โดยระบุว่าการเชิญ น.ส.สุดาชา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และนายซาง ไท่หยาง สามีชาวจีนสัญชาติออสเตรเลีย ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ ถือเป็นจังหวะเวลาอันดีที่จะได้ใช้พื้นที่ของกรรมาธิการในการแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อหน้าสาธารณชน
ประธาน กมธ.การกฎหมายฯ ยืนยันว่ากำหนดการดังกล่าวถูกวางไว้ในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 นี้ โดยไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นวาระการทำงานที่คณะกรรมาธิการติดตามมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสินบนมูลค่า 40 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่เตรียมขยายขอบเขตการตรวจสอบให้ครอบคลุมไปถึงมิติการป้องกันการฟอกเงินและการทำธุรกรรมผ่านคริปโตเคอเรนซีที่อาจมีความเกี่ยวโยงกันด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ยังได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ตนเองถูกเชิญออกจากห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยยืนกรานว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะต้องถอนคำพูด เนื่องจากมองว่าการวินิจฉัยของประธานในที่ประชุมขณะนั้นขาดความยุติธรรม พร้อมกันนี้ยังได้พาดพิงถึงกรณีของนางสาวมัลลิกา โดยระบุว่าเป็นปัญหาคลาสสิกและตักเตือนว่าไม่ควรนำมิติเรื่องเพศมาใช้เป็นเครื่องมือในการกลบเกลื่อนหรือเบี่ยงเบนประเด็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางการเมือง
การตรวจสอบของคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ชุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของฝ่ายค้านในการใช้กลไกสภาเพื่อกดดันและตรวจสอบข้อครหาเรื่องทุนผีและเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งมักมีเส้นทางการเงินซับซ้อนผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล การดึงบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้ามาแจงในเวทีทางการจึงเป็นทั้งโอกาสในการชี้แจงข้อเท็จจริงและเป็นบททดสอบความโปร่งใสของนักการเมืองไทยในสายตาประชาชน
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น