Beehiiv ปรับขึ้นราคาค่าบริการรายเดือน ดันเสียงวิจารณ์
แพลตฟอร์มสร้างจดหมายข่าว Beehiiv ปรับขึ้นค่าบริการแผน Scale และ Pro อย่างน้อย 10-30 ดอลลาร์ต่อเดือน ส่งผลให้ครีเอเตอร์หลายรายออกมาสะท้อนมุมมอง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Beehiiv ปรับขึ้นค่าบริการรายเดือนอย่างน้อย 10 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับครีเอเตอร์
- แพลตฟอร์มเปลี่ยนชื่อแผน Scale เป็น Lite และแผน Max เป็น Pro
- ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามไม่เกิน 2,500 รายยังคงใช้งานได้ฟรีเช่นเดิม
- Tyler Denk ซีอีโอระบุว่าการปรับราคาช่วยให้บริษัทลงทุนในแพลตฟอร์มได้ต่อเนื่อง
วงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์กำลังพูดถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังจาก Beehiiv แพลตฟอร์มสร้างจดหมายข่าวและเว็บไซต์ยอดนิยม ประกาศปรับขึ้นค่าบริการรายเดือนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10 ดอลลาร์ต่อเดือน โดยมีเป้าหมายเพื่อนำรายได้ไปพัฒนาและลงทุนในระบบหลักของแพลตฟอร์มต่อไป แม้ว่าครีเอเตอร์จำนวนมากจะเคยย้ายฐานมาจากคู่แข่งอย่าง Substack เพื่อหลีกเลี่ยงการหักส่วนแบ่งรายได้ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่การขยับราคาครั้งนี้ก็ทำให้หลายคนเริ่มทบทวนทางเลือกของตนเองอีกครั้ง
รายละเอียดการปรับราคาในครั้งนี้ประกอบด้วยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างแพ็กเกจและอัตราค่าบริการ ดังนี้
- แผน Scale เดิมถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Lite โดยผู้ที่มีผู้ติดตามสูงสุด 10,000 ราย จะต้องจ่ายเงิน 139 ดอลลาร์ต่อเดือน จากเดิมที่เคยจ่ายอยู่ 109 ดอลลาร์ต่อเดือน
- แผน Pro ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า Max มีอัตราค่าบริการอยู่ที่ 239 ดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับผู้ที่มีผู้ติดตามสูงสุด 10,000 ราย เพิ่มขึ้นจากราคาเดิม 219 ดอลลาร์ต่อเดือน
- สำหรับครีเอเตอร์รายย่อยที่มีผู้ติดตามไม่ถึง 2,500 ราย ยังคงสามารถใช้งานแพลตฟอร์มได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเช่นเดิม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การปรับขึ้นค่าบริการในรอบเกือบห้าปีนี้นับเป็นครั้งที่สองเท่านั้น โดย Tyler Denk ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Beehiiv ได้ชี้แจงผ่านโพสต์ประกาศว่า บริษัทได้ขยายขีดความสามารถของระบบอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การปรับราคาดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับครีเอเตอร์หลายรายบนโลกออนไลน์
ทิม สตีเวนส์ (Tim Stevens) นักข่าวอิสระ ได้โพสต์ข้อความแสดงความผิดหวังผ่านแพลตฟอร์ม Bluesky โดยระบุว่าหลังจากที่เขาย้ายมาใช้บริการในปีนี้ อัตราค่าโฆษณาและตัวเลือกผู้สนับสนุนตกลงอย่างมาก และการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอีก 25 เปอร์เซ็นต์นี้ยิ่งทำให้การทำคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มนี้ทำกำไรได้ยากขึ้นไปอีก เช่นเดียวกับ แม็ตต์ ลอมบาร์ดี้ (Matt Lombardo) ผู้ทำเว็บไซต์ข่าวกีฬา NFL ซึ่งมองว่าการปรับราคาโดยที่ยังไม่มีเครื่องมือสนับสนุนพอดแคสต์วิดีโอหรือโฆษณาพอดแคสต์ที่เสถียรนั้นเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิด
"As these prices increase, I think it’s becoming increasingly clear that if you have under 10K subscribers and rely on Beehiiv to do the majority of your rev-gen, and ESPECIALLY if you’re outside the United States, the answer is going to be No. It isn’t worth it."
Matt Brown
การขยับราคาของ Beehiiv สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของแพลตฟอร์มเครื่องมือสำหรับครีเอเตอร์ (Creator Economy SaaS) ที่ต้องสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนการดำเนินงาน การพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ เช่น ระบบคอมมูนิตี้และเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ กับความคุ้มค่าในมุมมองของผู้ใช้งานรายย่อย โดยเฉพาะครีเอเตอร์ที่อยู่นอกสหรัฐอเมริกาหรือผู้ที่ยังไม่สามารถสร้างรายได้หลักจากจดหมายข่าวได้เต็มที่ ซึ่งอาจมองหาทางเลือกอื่นที่มีต้นทุนเริ่มต้นต่ำกว่าในการสร้างรายได้
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น