หมอประกิต-วรากรณ์ ค้านอนุทิน แก้กฎหมายเลิกเก็บภาษี สสส.
ศ.นพ.ประกิต และ ศ.ดร.วรากรณ์ ออกโรงค้านร่าง พ.ร.บ.กองทุน สสส. ที่เสนอโดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ระหว่าง 30 ก.ย. – 14 ต.ค. 2569 ชี้เอื้อบริษัทเหล้าบุหรี่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ค้านร่างแก้กฎหมายยกเลิกภาษีสุราและยาสูบ 2% ของ สสส.
- ชี้แจงว่ามีเพียงบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่เท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้
- ศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ เตือนการใช้งบประมาณแผ่นดินแทนอาจสร้างภาระและเสี่ยงการแทรกแซง
- เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายดังกล่าวมีกำหนดตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน ถึง 14 ตุลาคม 2569
ประเด็นร้อนแรงในแวดวงสุขภาพเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 หลังจากมีกระแสคัดค้านอย่างหนักจากผู้ทรงคุณวุฒิ โดย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ได้ออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่…) พ.ศ. … ที่กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นอยู่ในช่วงระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 14 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีสาระสำคัญคือการยกเลิกการจัดเก็บภาษีสุราและยาสูบส่วนเพิ่ม 2% เข้ากองทุน สสส. และเปลี่ยนไปใช้ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีจากรัฐบาลแทน
ร่างกฎหมายดังกล่าวซึ่งถูกเสนอโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและคณะ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการรักษาคลังวินัยการเงินการคลังของรัฐให้เป็นมาตรฐานเดียว ตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่ระบุว่าการจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะของหน่วยงานรัฐควรถูกยกเลิกหากขัดแย้งกับหลักการ แม้จะมีบทเฉพาะกาลยกเว้นให้กฎหมายเก่าก็ตามที

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การที่กองทุนสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. พึ่งพาภาษีบาปจากสุราและยาสูบมาอย่างยาวนาน ถือเป็นกลไกทางการเงินแบบ earmarked tax ที่ช่วยให้การทำงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพมีความเป็นอิสระและมีความยั่งยืนทางการเงิน ไม่ต้องพึ่งพางบประมาณแผ่นดินที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์การเมือง การพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบมาใช้งบประมาณแผ่นดินจึงเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญในระดับนโยบายสาธารณะ
ทางด้าน ศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ได้ร่วมแสดงความเห็นในทิศทางเดียวกัน โดยมองว่าการเปลี่ยนให้ สสส. ใช้งบประมาณแผ่นดินแทนนั้นเปรียบเสมือนลักษณะเตี้ยอุ้มค่อม ซึ่งจะเข้ามาสร้างภาระให้กับงบประมาณปกติของรัฐบาล และยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงการดำเนินงานของกองทุนได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งย้ำว่าในระดับสากลแล้ว หลายประเทศทั่วโลกต่างพากันชื่นชมและอยากจะมีกองทุนที่มีรูปแบบการทำงานและความคล่องตัวเช่นเดียวกับ สสส. ของประเทศไทย
"มีแต่บริษัทเหล้า บุหรี่ ได้ประโยชน์ เชื่อมีคนชงให้เสี่ยหนู วอนถอยตอนนี้ยังทัน"
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ
ศ.นพ.ประกิต ยังได้กล่าวเพิ่มเติมด้วยความกังวลว่า การผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจะส่งผลประโยชน์ตกไปอยู่ที่กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยตรง พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีกลุ่มบุคคลเบื้องหลังคอยชักใยเสนอแนะให้ทางนายกรัฐมนตรีดำเนินการเรื่องนี้ และฝากเสียงสะท้อนไปยังรัฐบาลว่าหากถอยตอนนี้ก็ยังทันท่วงที
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น