ข้ามไปเนื้อหาหลัก

OpenAI เปิดตัว Dot เอเจนต์ AI สายงานองค์กรที่ช่วยสั่งอาหารได้

OpenAI เปิดตัวแพลตฟอร์มเอเจนต์ Dot ที่มาพร้อมอวตารน่ารักและฟีเจอร์จัดการงานระดับองค์กร แต่ยังมีข้อจำกัดในการทำธุรกรรมส่วนตัว

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
03 Oct 2026ที่มา: The Verge3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
OpenAI เปิดตัว Dot เอเจนต์ AI สายงานองค์กรที่ช่วยสั่งอาหารได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • OpenAI เปิดตัว Dot แพลตฟอร์มเอเจนต์ AI ตัวใหม่
  • มีอวตารปรับแต่งได้และใช้งานผ่านหน้าต่างแชตคู่กับการทำงานบนเครื่องเสมือน
  • รองรับการเข้าถึงแอปทำงานเช่น Blender และ GIMP รวมถึงเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผู้ใช้ได้
  • เปิดให้ทดลองใช้งานก่อนสำหรับผู้ใช้แพ็กเกจราคาสูงสุด 100 ดอลลาร์ต่อเดือน

OpenAI ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มเอเจนต์ตัวใหม่ในชื่อ Dot ซึ่งมาพร้อมกับแนวคิดที่เปรียบเสมือนระบบ Codex แต่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้สำหรับคนทั่วไป โดยตัวเอเจนต์จะมีอวตารทรงหยดน้ำน่ารักและสามารถปรับแต่งชื่อได้ตามต้องการ ผู้ใช้งานจะเริ่มต้นด้วยการมีเอเจนต์หนึ่งตัวและสามารถพูดคุยโต้ตอบผ่านหน้าต่างแชต พร้อมกับดูการทำงานของเอเจนต์ในอีกหน้าต่างหนึ่งขณะที่มันกำลังคลิกใช้งานโปรแกรมบนเครื่องเสมือน (virtual machine)

แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะดูเป็นมิตรคล้ายกับ Meta Muse แต่ในแง่ของการใช้งานจริงแล้ว Dot ให้ความรู้สึกเหมือนซอฟต์แวร์สำหรับทำงานในสำนักงานมากกว่า โดยเอเจนต์ตัวนี้ถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่คล้ายเพื่อนร่วมงานที่สามารถสั่งการซอฟต์แวร์อื่น ๆ ได้ทันที เครื่องเสมือนของ Dot สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันอย่าง Blender และ GIMP ได้ตั้งแต่เริ่มต้น นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถให้สิทธิ์มันเข้าถึงคอมพิวเตอร์ส่วนตัวผ่านแอปพลิเคชัน ChatGPT บนเดสก์ท็อป รวมถึงสามารถโทรพูดคุยด้วยเสียงเพื่อปรึกษางานได้อีกด้วย

software developer computer workspace office desk

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในด้านการเข้าถึงตัวผลิตภัณฑ์ OpenAI ได้เลือกเปิดให้บริการ Dot แก่ผู้ใช้งานในบัญชีระดับสูงสุดก่อน ซึ่งรวมถึงบัญชี Pro ราคา 100 ดอลลาร์ต่อเดือน โดยแนวทางการเปิดใช้งานแบบจำกัดสิทธิ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ แม้ว่าตัวเอเจนต์จะมีหน้าตาที่น่ารักก็ตาม ในขณะที่คู่แข่งรายอื่นอย่าง Muse และ Instinct เปิดให้ใช้งานฟรีเพื่อขยายฐานผู้ใช้

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การที่ OpenAI เลือกเปิดตัว Dot สำหรับผู้ใช้ระดับ Pro ในราคา 100 ดอลลาร์ต่อเดือน สะท้อนให้เห็นกลยุทธ์การมุ่งเน้นตลาดองค์กรและผู้ใช้งานระดับมืออาชีพเป็นหลัก แม้ว่าการออกแบบจะมีคาแรคเตอร์ที่เข้าถึงง่ายเพื่อลดความน่ากลัวของเทคโนโลยี แต่ความสามารถในการเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ทำงานจริงและการเข้าถึงระบบผ่านเดสก์ท็อปแสดงให้เห็นว่านี่คือเครื่องมือเพิ่มผลผลิต (Productivity Tool) มากกว่าแค่ผู้ช่วยส่วนตัวทั่วไป

แอลลีสัน จอห์นสัน (Allison Johnson) ผู้สื่อข่าวจาก The Verge ได้ทดลองใช้ Dot กับงานประจำวันทั่วไปเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพ โดยเริ่มต้นด้วยการให้เอเจนต์ช่วยนัดหมายติดตั้งอินเทอร์เน็ตบ้านกับผู้ให้บริการ ซึ่งมันสามารถค้นหาคูปองส่วนลดมูลค่า 100 ดอลลาร์ที่เคยถูกลบทิ้งไปในอีเมลได้สำเร็จ แต่กลับต้องสะดุดกับระบบยืนยันตัวตนแบบ human check ที่เอเจนต์ไม่สามารถกดปุ่มค้างไว้ได้ด้วยตัวเอง ผู้ใช้จึงต้องเข้ามาช่วยคลิกค้างให้จนเสร็จสิ้นกระบวนการ

นอกจากนี้ ในขั้นตอนการชำระเงิน Dot ไม่ได้มีระบบเชื่อมต่อกระเป๋าเงินอัตโนมัติที่ราบรื่นเหมือนกับคู่แข่ง และยังต้องการข้อมูลบัญชีธนาคารเพื่อรับส่วนลดรายเดือน ทำให้ผู้ทดลองตัดสินใจกรอกข้อมูลด้วยตนเองเพื่อความปลอดภัย นอกจากงานติดตั้งอินเทอร์เน็ตแล้ว การทดลองให้ Dot ช่วยหาตัวเลือกทัวร์ฟรีของโคเวิร์กกิ้งสเปซก็ไม่ประสบผลสำเร็จเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าเอเจนต์ตัวนี้ยังมีข้อจำกัดในการจัดการงานส่วนตัวบางประเภท

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้