ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Hopper สูญเสียผู้ร่วมก่อตั้งและแม่ทัพ B2B Dakota Smith

Dakota Smith ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Hopper Technology Solutions ประกาศลาออกจากบริษัทในเมืองมอนทรีออล หลังดูแลหน่วยธุรกิจสร้างรายได้หลัก 90% มานาน 3 ปี

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
03 Oct 2026ที่มา: Skift3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Hopper สูญเสียผู้ร่วมก่อตั้งและแม่ทัพ B2B Dakota Smith

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Dakota Smith ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวเรือใหญ่ Hopper Technology Solutions ลาออกจากบริษัทแล้ว
  • หน่วยธุรกิจ B2B หรือ HTS ทำรายได้ให้ Hopper สูงถึง 90% ตามข้อมูลที่เปิดเผยในปี 2025
  • การลาออกเกิดขึ้นหลัง Capital One ซื้อเทคโนโลยีและพนักงานราว 150 คนเมื่อเดือนเมษายน 2026

วงการเทคโนโลยีท่องเที่ยวต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ Dakota Smith ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้นำฝ่ายธุรกิจแบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) ของ Hopper ได้ประกาศผ่านทางแพลตฟอร์ม LinkedIn ว่าเขาได้ยุติบทบาทการทำงานร่วมกับบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังใช้เวลาบริหารงานส่วนนี้มายาวนานถึง 3 ปีเต็ม

หน่วยธุรกิจดังกล่าวมีชื่อว่า Hopper Technology Solutions หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า HTS ซึ่งทำหน้าที่เป็นเบื้องหลังระบบการจองการเดินทางให้กับพันธมิตรรายใหญ่หลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเรียกรถอย่าง Uber แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง Expedia สถาบันการเงินอย่าง RBC รวมถึง Aven Hospitality ที่เพิ่งเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ล่าสุดในสัปดาห์นี้ โดยตัวของ Smith เคยระบุไว้เมื่อปี 2025 ว่าหน่วยงาน HTS นี้สร้างรายได้เข้าบริษัท Hopper มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

90%รายได้ของ Hopper มาจากหน่วยธุรกิจ HTS
150พนักงาน Hopper ย้ายไปอยู่กับ Capital One
corporate seminar meeting room presentation

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

แม้ว่า Smith จะไม่ได้ระบุสาเหตุของการตัดสินใจลาออกครั้งนี้อย่างชัดเจน และทางบริษัท Hopper เองก็ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใดๆ ต่อคำถามของสำนักข่าว แต่แหล่งข่าววงในเปิดเผยกับ Skift ว่าโครงสร้างการบริหารแบบซีอีโอคู่ (dual-CEO structure) เป็นเรื่องที่บริหารจัดการได้ยาก โดยนักลงทุนรายหนึ่งระบุว่าการที่ Fred Lalonde ซีอีโออีกคนเข้ามามีส่วนร่วมในส่วนของ HTS มากจนเกินไป ทำให้เกิดสถานการณ์ที่มีคนสั่งการมากเกินความจำเป็นหรือที่เรียกว่า "too many cooks in the kitchen" ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัท B2B รายอื่นมองว่าการสูญเสีย Smith ในครั้งนี้ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ เนื่องจากธุรกิจประเภทนี้ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์อันดีเป็นหลัก

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"การที่ Fred Lalonde เข้ามามีส่วนร่วมลึกซึ้งยิ่งขึ้นใน HTS สร้างความรู้สึกว่ามีคนออกความเห็นและสั่งการมากเกินไปจนบริหารยาก"

นักลงทุนด้านเทคโนโลยีท่องเที่ยว

การแยกทางกันในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาอันผันผวนของโมเดลธุรกิจแบบพาร์ทเนอร์ของ Hopper โดยย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน 2026 ทาง Capital One ได้ตัดสินใจเข้าซื้อเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนระบบ Capital One Travel พร้อมทั้งโอนย้ายความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์และดึงตัวพนักงานของ Hopper ไปร่วมงานด้วยประมาณ 150 คน แม้ว่าในเวลาไล่เลี่ยกัน Hopper จะเพิ่งคว้าสัญญาบริหารพอร์ทล้างการเดินทางและสิทธิประโยชน์ของ RBC มาจากมือ Expedia ได้ก็ตาม นอกจากนี้ยังมีพนักงานของ Hopper อย่างน้อยอีก 3 รายที่ออกมาโพสต์บน LinkedIn ในสัปดาห์นี้เช่นกันว่าพวกเขาได้ลาออกจากบริษัทแล้ว

การลาออกของหัวเรือใหญ่ฝั่ง B2B สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของสตาร์ทอัพสายท่องเที่ยวที่พึ่งพารายได้หลักจากบริการป้ายขาว (white-label) ให้กับองค์กรภายนอก การที่ธนาคารหรือยักษ์ใหญ่ด้านการเงินเริ่มดึงเทคโนโลยีเหล่านี้กลับมาพัฒนาเองภายในองค์กร เช่น กรณีของ Capital One ย่อมสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อโมเดลธุรกิจของ Hopper และการปรับโครงสร้างภายในที่ตามมาอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ในตลาดท่องเที่ยวออนไลน์

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้