ดีไซน์เรซินดำและกระจก เนรมิตพื้นที่จัดแสดงรถหรูในอิตาลีโดย Alessandro Isola
สถาปนิก Alessandro Isola เนรมิตอาคารเดิมให้กลายเป็น The Silence of Speed พื้นที่ส่วนตัวสำหรับสะสมยานยนต์ที่ผสานสถาปัตยกรรมเข้ากับความรู้สึกของการเคลื่อนไหว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สถาปนิก Alessandro Isola ออกแบบ The Silence of Speed แปลงโฉมอาคารเดิมให้เป็นพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ส่วนตัวในอิตาลี
- ภายในใช้วัสดุเรซินสีดำ ผนังมืด และบันไดโลหะพับ พร้อมลิฟต์ใสและช่องกระจกเปิดโล่งเชื่อมต่อทุกชั้น
- โดดเด่นด้วยโต๊ะอาหารยาว 6 เมตรจากโลหะสีทองเหลืองรมดำ ดีไซน์ล้อตามทรงรถ Porsche พร้อมสีส้ม Tangerine ยุค 60s-70s
- ชั้นดาดฟ้ามีสวนหย่อมและครัวซ่อนตัวในโครงสร้างโลหะเลื่อน พร้อมสกายไลท์มองทะลุถึงชั้นล่าง
สถาปนิก Alessandro Isola ได้ลงมือแปลงโฉมอาคารเดิมให้กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวสุดล้ำภายใต้ชื่อโปรเจกต์ The Silence of Speed ในประเทศอิตาลี โดยมุ่งเน้นการจัดแสดงและสัมผัสกับคอลเลกชันยานยนต์อันทรงคุณค่า โครงสร้างนี้ถูกคิดค้นขึ้นให้เป็นสภาพแวดล้อมหลายระดับสำหรับการสังสรรค์ การต้อนรับ และการพักผ่อนส่วนตัว โดยตัวบ้านได้สำรวจว่าสถาปัตยกรรมจะสามารถถ่ายทอดคุณภาพเชิงพื้นที่และการรับรู้ที่เชื่อมโยงกับความเร็วได้อย่างไร แทนที่จะทำหน้าที่เป็นบ้านพักอาศัยหรือโชว์รูมทั่วไป โครงการนี้ผสมผสานพื้นที่อยู่อาศัยเข้ากับโซนจัดแสดงรถยนต์โดยเฉพาะ
การออกแบบภายในจัดวางผ่านลำดับของพื้นที่ปิดทึบสีมืดสลับกับช่องเปิดโปร่งใส เพื่อท้าทายการรับรู้ความลึกและความมั่นคงแบบเดิมๆ พื้นและผนังเรซินสีดำ บันไดโลหะสีดำแบบพับได้ และลิฟต์โปร่งใส ถูกใช้งานร่วมกับช่องเปิดพื้นกระจก ช่องแสงสกายไลท์ และประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ เงื่อนไขที่ตัดกันเหล่านี้สร้างความรู้สึกที่ขัดจังหวะการรับรู้พื้นที่คุ้นเคยชั่วขณะ กระตุ้นให้ผู้พักอาศัยตระหนักถึงการเคลื่อนไหวของตนเองภายในอาคารมากยิ่งขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
โปรเจกต์นี้นับเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการผสานงานออกแบบสถาปัตยกรรมเข้ากับงานอดิเรกเฉพาะกลุ่ม (Car Collector Space) ซึ่งแตกต่างจากโรงจอดรถทั่วไป การดึงเอายานยนต์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ใช้สอยในชีวิตประจำวัน เช่น ห้องนั่งเล่นหรือห้องฟังเพลงไวนิล สะท้อนถึงเทรนด์การออกแบบบ้านระดับลักยัวรีที่ต้องการให้เจ้าของบ้านได้ใกล้ชิดกับของสะสมชิ้นโปรดตลอดเวลา โดยไม่ลดทอนฟังก์ชันการใช้งานในชีวิตประจำวัน
นักออกแบบได้ทำการสร้างโครงสร้างอาคารใหม่ทั้งหมดในแนวตั้ง เพื่อให้รถยนต์ค่อยๆ ปรากฏและหายลับไปตามลำดับการสัญจร การเข้าสู่ตัวอาคารเริ่มต้นผ่านประตูโลหะบานเลื่อนที่ชั้นกราวด์ ซึ่งเปิดออกสู่พื้นที่ภายในที่มองเห็นถึงกันหมด ชั้นกราวด์ทำหน้าที่แนะนำคอลเลกชันรถยนต์ ขณะที่งานระบบวิศวกรรมถูกซ่อนไว้ที่ชั้นใต้ดิน พื้นที่ด้านบนขยายไปสู่โซนต้อนรับ รับประทานอาหาร ความบันเทิง และการรวมตัวกันส่วนตัว ทำให้รถยนต์ยังคงอยู่ร่วมกับกิจกรรมประจำวันได้อย่างกลมกลืน
องค์ประกอบสำคัญกลางบ้านคือโต๊ะอาหารความยาว 6 เมตร ทำจากโลหะเคลือบผิวสีทองเหลืองรมดำ ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดรวมตัวหลัก ดีไซน์โครงสร้างของโต๊ะอ้างอิงมาจากเส้นสายเงาของรถ Porsche พร้อมอำพรางจุดรองรับน้ำหนักเพื่อให้ดูคล้ายวัตถุปรากฏลอยตัว นอกจากนี้ยังมีการซ่อนโทนสีส้ม Tangerine ไว้เพื่อรำลึกถึงเฉดสีประวัติศาสตร์ของ Porsche ในยุค 1960 และ 1970 ท่ามกลางรถยนต์ที่จัดแสดง โต๊ะตัวนี้รองรับทั้งการรับประทานอาหาร การประชุมไม่เป็นทางการ การพรีเซนต์งาน และกิจกรรมสังสรรค์
โครงสร้างของอาคารได้รับการวิศวกรรมให้ไม่มีเสากลาง (column-free) เพื่อรักษาความต่อเนื่องของพื้นที่ในแต่ละชั้น ลิฟต์ใสทำหน้าที่เชื่อมต่อทุกชั้น ขณะเดียวกันยังมีแพลตฟอร์มขนย้ายรถยนต์โดยเฉพาะที่ช่วยให้รถเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ เมื่อแพลตฟอร์มเลื่อนขึ้นมาเสมอชั้นบน จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่นั่งเล่น ร่วมกับเลานจ์ ไวน์เซลาร์ บาร์ และห้องฟังเพลงแผ่นเสียง โดยยังคงมองเห็นได้จากสวนดาดฟ้า
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น