ฮาวายสูญเสีย Hōlei Sea Arch อายุ 550 ปีพังถล่มลงมา
Hōlei Sea Arch สะพานหินธรรมชาติอายุ 550 ปีในฮาวายพังถล่มลงมาในช่วงปลายเดือนกันยายน คาดเกิดขึ้นระหว่างพายุโซนร้อนพัดถล่ม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Hōlei Sea Arch สะพานหินธรรมชาติอายุ 550 ปีพังถล่มลงมาแล้ว
- อุทยานแห่งชาติภูเขาไฟฮาวายยืนยันการหายไปช่วง 23-27 กันยายน
- คาดว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะอุทยานปิดชั่วคราวจากพายุโซนร้อน
- หน้าผาบริเวณดังกล่าวเคยได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวปี 2018
Hōlei Sea Arch สะพานหินธรรมชาติอายุ 550 ปี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟฮาวาย (Volcanoes National Park) ได้พังถล่มลงมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางสำนักงานอุทยานแห่งชาติ (NPS) เปิดเผยว่าสะพานหินดังกล่าวหายไปจากพื้นที่ระหว่างวันที่ 23 ถึง 27 กันยายน หลังจากที่ยังคงมีสภาพยื่นออกไปในทะเลเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา
สะพานหินชื่อดังแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณปลายถนน Chain of Craters Road บนเกาะใหญ่ของฮาวาย (Big Island) และถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าชายฝั่งบริเวณรอบสะพานหินแห่งนี้แสดงสัญญาณความไม่เสถียรมานานหลายปีแล้ว จนกระทั่งเคยมีการเตือนภัยไว้ตั้งแต่ปี 2021 ว่าหินอาจพังทลายลงมาในอนาคต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
NPS เชื่อว่าการพังถล่มนี้น่าจะเกิดขึ้นในช่วงที่อุทยานต้องปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว เนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน Nolo ที่พัดเข้าสู่พื้นที่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ บริเวณหน้าผาใกล้กับสะพานหินเคยเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในช่วงการปะทุของภูเขาไฟ Kīlauea และการยุบตัวของปล่องภูเขาไฟเมื่อปี 2018 มาก่อนแล้ว
การพังทลายของ Hōlei Sea Arch สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของภูมิประเทศชายฝั่งที่เกิดจากกิจกรรมทางธรณีวิทยาและการกัดเซาะของคลื่นทะเลในเกาะฮาวาย ซึ่งเป็นเกาะภูเขาไฟที่มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอยู่ตลอดเวลา การสูญเสียแลนด์มาร์กสำคัญทางธรรมชาติเช่นนี้ตอกย้ำถึงความท้าทายในการบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ท่ามกลางภัยพิบัติธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ ในเดือนมกราคม 2020 เจ้าหน้าที่เคยตรวจพบรอยร้าวและความไม่มั่นคงครั้งใหม่บริเวณหน้าผา จนต้องสั่งปิดจุดชมวิวเดิมและย้ายไปเปิดจุดชมวิวแห่งใหม่ในระยะที่ปลอดภัยกว่าเดิมไม่นานหลังจากนั้น ก่อนที่คลื่นจากพายุโซนร้อนในช่วงปีเดียวกันจะซัดเอาชิ้นส่วนหินบริเวณฐานของสะพานหลุดออกไปบางส่วน
หลังจากข่าวการพังทลายถูกเผยแพร่ออกไป มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ความทรงจำ รวมถึงโพสต์ภาพถ่ายสมัยที่เคยเดินทางไปเยือนสะพานหินแห่งนี้ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ของอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟฮาวายอย่างล้นหลาม
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น