สส.ไอเดียร์ ท้าแจ้งความปมสามีเอี่ยวสแกมเมอร์ ลั่นไร้หลักฐานต้องรับผิดชอบ
น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย แจ้งความหมิ่นประมาท นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ที่ตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อ 3 ต.ค. 69 หลังถูกพาดพิงสามีเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สส.ไอเดียร์ ท้าผู้กล่าวหาแจ้งความดำเนินคดีหากมีหลักฐานสามีเอี่ยวสแกมเมอร์
- แจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท นายรังสิมันต์ โรม ที่ตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อ 3 ต.ค. 69
- ยืนยันสามีไม่เกี่ยวข้องขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ลั่นไร้หลักฐานต้องรับผิดชอบ
กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองขึ้นมาทันที เมื่อ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ออกมาเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศท้าทายให้ผู้ที่มีหลักฐานเกี่ยวกับสามีของเธอเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเต็มที่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เธอตกเป็นเป้าสายตาจากกรณีถูกพาดพิงในการอภิปรายในสภา
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจาก นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายพาดพิงถึงสามีของ น.ส.สุชาดา โดยมีการตั้งข้อสงสัยและโยงใยว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์หรืออาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ทำให้ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ต้องตัดสินใจดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดเพื่อปกป้องเกียรติยศของครอบครัว
ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2569 น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายรังสิมันต์ โรม ในข้อหาหมิ่นประมาท ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมทั้งยืนยันหนักแน่นว่าสามีของเธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับขบวนการสแกมเมอร์ตามที่ถูกกล่าวหาบนเวทีอภิปรายแต่อย่างใด
"ข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงควรมาพร้อมหลักฐาน มีหลักฐาน ก็พิสูจน์กันด้วยหลักฐาน"
น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
ในโพสต์ข้อความชี้แจงผ่านทางโซเชียลมีเดีย สส.ไอเดียร์ ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า หากใครก็ตามมีหลักฐานว่าบุคคลใดมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ หรือกระทำการผิดกฎหมายในลักษณะดังกล่าว ก็ควรที่จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดแล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อทำการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันอย่างตรงไปตรงมา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การปะทะคารมและใช้ช่องทางกฎหมายระหว่าง สส. ฝ่ายค้านและรัฐบาลในประเด็นทุนจีนสีเทาหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถือเป็นอาวุธทางการเมืองที่มีน้ำหนักสูงมากในปัจจุบัน เนื่องจากสังคมให้ความสนใจกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติเป็นพิเศษ การที่ สส.สุชาดา เลือกใช้แนวทางแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามปกป้องความน่าเชื่อถือส่วนตัวและครอบครัวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ประเด็นดังกล่าวจะขยายวงกว้างจนกระทบต่อภาพลักษณ์ทางการเมือง
นอกจากนี้ น.ส.สุชาดา ยังได้ฝากข้อคิดเตือนใจไปยังผู้ที่ออกมากล่าวหาพาดพิงผู้อื่นด้วยว่า หากมีการโยนข้อกล่าวหาที่รุนแรงและสร้างความเสียหายต่อบุคคลอื่น แต่กลับปราศจากพยานหลักฐานที่หนักแน่นมารองรับ ผู้กล่าวหาก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อคำพูดและการกระทำของตนเองตามกระบวนการของกฎหมายเช่นกัน โดยย้ำว่าไม่มีใครควรอยู่เหนือกฎหมาย และทุกอย่างต้องตัดสินกันด้วยความจริง
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น