สัมฤทธิ์ ยันไม่กังวล ไอเดียร์ สุชาดา ถูกสอบปมสามีโยงสแกมเมอร์
นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ระบุไม่กังวลกรณี กมธ.จ่อเรียกน.ส.สุชาดาและสามีแจง 7 ต.ค.นี้ ปมโยงแก๊งสแกมเมอร์ พร้อมยันลูกเขยทำธุรกิจสตาร์ทอัพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ บิดาของน.ส.สุชาดา ยืนยันไม่กังวลกรณีลูกสาวและสามีถูกตรวจสอบปมสแกมเมอร์
- นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน เป็นผู้อภิปรายพาดพิงและเตรียมเชิญเข้าชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมาย ในวันที่ 7 ต.ค. 2569
- น.ส.สุชาดา ยืนยันสามีทำธุรกิจสตาร์ทอัพไม่เกี่ยวข้อง พร้อมฟ้องหมิ่นประมาทนายรังสิมันต์
นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย และประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อกรณีที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงทางการเมือง หลังจากที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายพาดพิงถึงสามีของน.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคเดียวกัน พร้อมกับตั้งข้อสงสัยถึงความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ
ประเด็นดังกล่าวสืบเนื่องมาจากความเคลื่อนไหวของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่เตรียมจะเชิญตัวน.ส.สุชาดา และนายไท่หยาง ซาง ผู้เป็นสามี เข้าให้ถ้อยคำและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 นี้ เพื่อคลายข้อสงสัยต่อสังคมเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในฝั่งของผู้ถูกพาดพิง น.ส.สุชาดา ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดโดยยืนยันว่าสามีของเธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับขบวนการสแกมเมอร์ตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมทั้งแสดงความพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามหลักกฎหมายทุกประการ นอกจากนี้ยังได้ดำเนินคดีทางกฎหมายด้วยการแจ้งความดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
การเรียกบุคคลภายนอกหรือผู้ที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้ามาชี้แจงในคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร มักเป็นประเด็นข้อถกเถียงทางกฎหมายและการเมืองถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่ ว่ากมธ.ชุดต่างๆ มีอำนาจเรียกบุคคลที่ไม่มีตำแหน่งราชการมาซักถามโดยตรงมากน้อยเพียงใด ซึ่งมักนำไปสู่มุมมองที่แตกต่างกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและผู้ถูกตรวจสอบ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่สวนน้ำแม่ฟุ้ง อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ นายสัมฤทธิ์ ในฐานะบิดาและนักการเมืองรุ่นใหญ่ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ดังกล่าวโดยระบุว่า ตนเองไม่ได้รู้สึกกังวลใจแต่อย่างใดกับกระแสข่าวและการตรวจสอบที่เกิดขึ้น เนื่องจากเข้าใจดีว่าเมื่อบุตรสาวเข้ามาทำงานการเมืองและดำรงตำแหน่งเป็นบุคคลสาธารณะแล้ว ย่อมต้องพร้อมเผชิญกับการตรวจสอบจากสังคมทุกรูปแบบ
"ไม่กังวลกับกระแสตรวจสอบ เพราะเมื่อลูกสาวเข้าสู่การเมือง ต้องยอมรับว่าเป็นบุคคลสาธารณะ และพร้อมถูกตรวจสอบ"
นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์
พร้อมกันนี้ นายสัมฤทธิ์ ยังได้กล่าวปกป้องลูกเขยโดยยืนยันหนักแน่นว่า ธุรกิจที่นายไท่หยาง ซาง สามีของน.ส.สุชาดาดำเนินการอยู่นั้น เป็นการทำธุรกิจประเภทสตาร์ทอัพเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนพัวพันกับธุรกิจสีเทาหรือขบวนการผิดกฎหมายตามที่ถูกกล่าวหาในสภา พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นส่วนตัวด้วยว่า คณะกรรมาธิการไม่ควรเรียกบุคคลภายนอกเข้ามาชี้แจงในลักษณะนี้
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น