ข้ามไปเนื้อหาหลัก

นักบินที่สอง Flydubai ใช้ขวานจู่โจมกัปตันกลางอากาศ

อัยการสูงสุด UAE เผยเหตุนักบินที่สองเที่ยวบินดูไบไปเทลอาวีฟใช้ขวานทำร้ายกัปตัน ดิ่งวูบ 17,000 ฟุต ก่อนผู้โดยสารช่วยระงับเหตุปลอดภัย

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
03 Oct 2026ที่มา: BBC World3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
นักบินที่สอง Flydubai ใช้ขวานจู่โจมกัปตันกลางอากาศ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นักบินที่สองสัญชาติโอมานใช้ขวานจู่โจมกัปตันบนเที่ยวบิน Flydubai ไปเทลอาวีฟ
  • เครื่องบินดิ่งลง 17,000 ฟุต หลังบินไปได้ 2 ชั่วโมงครึ่งท่ามกลางผู้โดยสารกว่า 170 คน
  • กัปตันสมิต มัชฉาร์ ได้รับบาดเจ็บถูกแทงแต่ฮึดเปิดประตูให้ผู้โดยสารเข้าช่วยเหลือ
  • ผู้โดยสารและนักบินสำรองช่วยกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุและนำเครื่องลงจอดปลอดภัยในซาอุดีอาระเบีย

เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญบนเที่ยวบินของสายการบิน Flydubai ที่เดินทางจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มุ่งหน้าไปยังเมืองเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อนักบินที่สองพยายามยึดครองการควบคุมเครื่องบินและใช้อุปกรณ์ขวานฉุกเฉิน (crash axe) จู่โจมกัปตันผู้ควบคุมเครื่อง ตามการเปิดเผยของอัยการสูงสุดแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เที่ยวบินดังกล่าวซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือรวมกว่า 170 ชีวิต ต้องเผชิญกับนาทีวิกฤตเมื่อตัวเครื่องดิ่งวูบลงอย่างกะทันหันถึง 17,000 ฟุต หรือประมาณ 5,200 เมตร หลังจากออกเดินทางไปได้ราวสองชั่วโมงครึ่ง โชคดีที่ผู้โดยสารบนเครื่องสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์และระงับเหตุการณ์ความรุนแรงไว้ได้ทันท่วงที

airplane cabin passenger emergency safety

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

กัปตันสมิต มัชฉาร์ (Smit Machchhar) ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้าย เปิดเผยว่า ในขณะที่ตนนอนอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวดและตระหนักว่าเครื่องบินกำลังดิ่งลงเหว เขาจึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดประตูห้องนักบินจากด้านใน เพื่อเปิดทางให้ผู้โดยสารเข้ามาช่วยเหลือ โดยระบุว่าตนบอกกับตัวเองว่าต้องฮึดสู้เป็นครั้งสุดท้ายเพื่อเปิดประตู

17,000ftความสูงที่เครื่องบินดิ่งลงอย่างกะทันหัน
170+จำนวนผู้โดยสารบนเที่ยวบินดูไบ-เทลอาวีฟ

หลังจากนั้น นักบินสำรองอีกสองคนจึงสามารถนำเครื่องบินลงจอดที่ประเทศซาอุดีอาระเบียได้อย่างปลอดภัย สำหรับขวานฉุกเฉินที่ใช้ก่อเหตุนั้น ปกติจะถูกเก็บไว้ภายในห้องนักบินเพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น ขณะที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาวโอมาน และสื่อหลายสำนักรายงานระบุชื่อคือนายฮามัม อัล-ฮัมมามิ (Hamam al-Hammami)

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"จู่โจมเครื่องบินให้ร่วงลงมาเหมือนรถไฟเหาะด้วยแรงจีมหาศาล ร่วงลงไป 20 ถึง 30 วินาทีอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทรงตัวได้และกลับมาร่วงลงอีกครั้ง"

อัลม็อก อิตาลี (ผู้โดยสารบนเที่ยวบิน)

ประธานาธิบดีอิสราเอล ไอแซก เฮอร์ซ็อก เปิดเผยว่า สัญญาณเตือนภัยแรกบนเครื่องดังขึ้นจากผู้โดยสารชาวอิสราเอลคือนางทาลี มาเนส ที่ได้ยินเสียงความวุ่นวายดังมาจากห้องนักบิน ก่อนที่สามีของเธอคือนายซวิกา และผู้โดยสารชายอีกสามคน ได้แก่ ยานิฟ ฮายุน, ดร.โชตา มูซาเยฟ และอาซาฟ ราฮูอัน จะช่วยกันเข้าไปในห้องนักบินหลังจากกัปตันมัชฉาร์เปิดประตูได้สำเร็จ โดยนายยานิฟ ฮายุน เล่าว่าตนได้ล็อกคอผู้ก่อเหตุและลากตัวออกจากห้องนักบินเพื่อให้ผู้โดยสารคนอื่นช่วยกันกดตัวไว้

เหตุการณ์ความปลอดภัยทางการบินในลักษณะนี้นับว่าเกิดขึ้นได้ยากยิ่งและสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก เนื่องจากห้องนักบินถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยและมีระบบล็อกหนาแน่นเพื่อป้องกันการบุกรุกจากภายนอก การที่ภัยคุกคามมาจากบุคคลภายในห้องนักบินเสียเองจึงเป็นความท้าทายด้านความปลอดภัยระดับสูงสุดที่หน่วยงานการบินพลเรือนทั่วโลกต้องกลับมาทบทวนมาตรการคัดกรองบุคลากรและระบบความปลอดภัยภายในห้องนักบินอย่างเข้มงวดมากขึ้น

นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ได้กล่าวชื่นชมความกล้าหาญของกัปตันผู้บาดเจ็บ ผู้โดยสาร และลูกเรือสำรองว่า สามารถช่วยป้องกันหายนะระดับเหตุการณ์ 9/11 เอาไว้ได้ทันท่วงที ในขณะที่สถานทูตอินเดียประจำ UAE รายงานว่ากัปตันมัชฉาร์ซึ่งเป็นชาวอินเดีย มีอาการปลอดภัยและอยู่ระหว่างพักฟื้นร่างกายหลังเข้ารับการรักษาพยาบาลที่อาบูดาบี

ที่มา: BBC World

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้