ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ไอซ์ รักชนก ยกคดีเขากระโดงและฮั้ว ส.ว. จี้ถามความเสมอภาค

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตั้งคำถามถึงกระบวนการยุติธรรม โดยยกคดีเขากระโดงและฮั้วเลือก ส.ว. มาเป็นกรณีศึกษา

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
04 Oct 2026ที่มา: Matichon Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ไอซ์ รักชนก ยกคดีเขากระโดงและฮั้ว ส.ว. จี้ถามความเสมอภาค

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ไอซ์ รักชนกตั้งคำถามต่อหลักนิติธรรมในประเทศไทยผ่านโซเชียลมีเดีย
  • หยิบยกคดีเขากระโดงและคดีฮั้วเลือก ส.ว. มาเป็นตัวอย่างเปรียบเทียบ
  • ท้าทายคำกล่าวที่ว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายว่าใช้งานได้จริงหรือไม่
  • เรียกร้องความโปร่งใสและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม

เมื่อวันที่ผ่านมา ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัว โดยมีการโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อนเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบัน ซึ่งดึงดูดความสนใจจากประชาชนและผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก

ในโพสต์ดังกล่าว สส.กทม. พรรคประชาชนรายนี้ ได้หยิบยกประเด็นปัญหาข้อพิพาทและคดีความสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสังคมมาเป็นบรรทัดฐานในการตั้งคำถาม โดยเน้นย้ำไปที่ข้อถกเถียงเรื่องความเสมอภาคทางกฎหมายที่ประชาชนมักได้ยินอยู่บ่อยครั้งว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายไปได้

Sappaya-Sapasathan Thai Parliament Bangkok

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปราย ได้แก่ กรณีข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง และคดีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งทั้งสองกรณีนี้ต่างก็เป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมกำลังจับตามองถึงความคืบหน้าและการดำเนินการจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ว่ามีความเด็ดขาดและโปร่งใสเพียงใด

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

คดีเขากระโดงและกระบวนการเลือก ส.ว. ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สังคมไทยใช้ทดสอบความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมมาอย่างยาวนาน การที่นักการเมืองรุ่นใหม่ออกมาทวงถามผ่านพื้นที่สาธารณะ สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากภาคการเมืองที่ต้องการเห็นการตรวจสอบถ่วงดุลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่การบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น

การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงความคิดเห็นส่วนตัว แต่ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างถึงมาตรฐานการทำงานขององค์กรอิสระและหน่วยงานรักษากฎหมาย ว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากอคติและอิทธิพลทางการเมืองได้จริงหรือไม่ตามคำกล่าวอ้างที่ว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

ประชาชนและผู้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองต่างรอดูท่าทีและการตอบสนองจากผู้มีอำนาจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าจะมีการชี้แจงหรือดำเนินการอย่างไรต่อข้อสงสัยเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญของความน่าเชื่อถือในระบบนิติรัฐของประเทศไทย

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้