ข้ามไปเนื้อหาหลัก

โสภณ สั่งสถาบันพระปกเกล้า ตั้ง KPI ทุกหลักสูตรอบรม

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา กำชับสถาบันพระปกเกล้าในการประชุมวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ให้ทุกหลักสูตรอบรมมี KPI วัดผลได้จริง พร้อมใช้งบปี 2570 ให้คุ้มค่า

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
05 Oct 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
โสภณ สั่งสถาบันพระปกเกล้า ตั้ง KPI ทุกหลักสูตรอบรม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมสภาสถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569
  • กำชับให้ทุกหลักสูตรอบรมต้องกำหนด KPI ที่วัดผลได้จริง เพื่อนำความรู้ไปต่อยอดการทำงาน
  • เน้นย้ำให้บริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามวัตถุประสงค์

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า ได้เป็นประธานในการประชุมสภาสถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้บริหารของสถาบัน เพื่อพิจารณาวาระสำคัญต่างๆ รวมถึงการขออนุมัติรายชื่อผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆ และการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

Thailand government meeting room conference

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในการประชุมครั้งนี้ ประธานสภาสถาบันพระปกเกล้าได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการจัดโครงการฝึกอบรม โดยเน้นย้ำว่าทุกหลักสูตรจำเป็นต้องมีการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จหรือ KPI ที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประเมินว่าผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ความสามารถที่ได้รับไปประยุกต์ใช้และพัฒนาต่อยอดการทำงานในหน่วยงานของตนเองได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งสั่งการให้มีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดสัมฤทธิผลสูงสุด

การกำหนด KPI ในหลักสูตรอบรมของสถาบันพระปกเกล้าสะท้อนถึงการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการภาครัฐและการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยมุ่งเน้นการวัดผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ แทนการอบรมเพื่อสะสมใบประกาศนียบัตร ซึ่งสอดคล้องกับความคาดหวังของสังคมที่ต้องการเห็นเม็ดเงินงบประมาณถูกนำมาใช้พัฒนาศักยภาพผู้นำและบุคลากรที่มีผลงานจับต้องได้จริงในการขับเคลื่อนองค์กร

นอกจากนี้ ในวาระการพิจารณาคำขอขยายเวลาโครงการปรับปรุงอาคารที่ทำการถาวรสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 2 นายโสภณได้หยิบยกประเด็นการบริหารจัดการงบประมาณขึ้นมาพิจารณา โดยชี้ว่าสถาบันพระปกเกล้ามีสิทธิพิเศษบางประการเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่น ดังนั้นจึงต้องบริหารงบประมาณที่ได้รับให้เกิดประโยชน์สูงสุดและตรงตามวัตถุประสงค์ที่เสนอไว้

ประธานรัฐสภากล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลนั้นจะพิจารณาจากความจำเป็นของแต่ละหน่วยงาน ดังนั้นเมื่อได้รับงบประมาณมาแล้ว หน่วยงานจึงต้องดำเนินการให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อสะท้อนถึงประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารจัดการองค์กร

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้