สว.เปรมศักดิ์ เตือนแก้กม.ภาษีบาปไทยพีบีเอส เสี่ยงเป็นสื่อรัฐ
นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. ออกโรงเตือนการแก้กฎหมายดึงภาษีสุราและยาสูบไทยพีบีเอสมาใช้งบปกติ อาจทำลายความเป็นอิสระและกล aายร่างเป็นกระบอกเสียงรัฐบาล เมื่อ 5 ต.ค. 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. วิจารณ์ข้อเสนอแก้กฎหมายเปลี่ยนแหล่งเงินทุนไทยพีบีเอส
- ชี้การดึงภาษีสุราและยาสูบออกอาจทำให้ไทยพีบีเอสสูญเสียความเป็นอิสระ
- เตือนระวังสถานีกลายสภาพเป็นโทรโข่งและกระบอกเสียงของรัฐบาล
- แนะปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ให้เป็นสื่อสาธารณะของประชาชนอย่างแท้จริง
ประเด็นร้อนแรงทางการเมืองเกี่ยวกับอนาคตของสื่อสาธารณะกำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคภูมิใจไทยได้เสนอแนวทางการแก้ไขกฎหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงแหล่งงบประมาณสนับสนุนสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โดยให้ยกเลิกการพึ่งพาเงินภาษีจากสุราและยาสูบ หรือที่เรียกติดปากกันว่าภาษีบาป แล้วหันไปใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีปกติแทน ข้อเสนอดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดความกังวลในหมู่ผู้ทรงคุณวุฒิและนักการเมืองถึงผลกระทบลูกโซ่ที่อาจเกิดขึ้นต่อเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสาร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แสดงจุดยืนคัดค้านและตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของแนวคิดดังกล่าว โดยระบุว่าการปรับเปลี่ยนแหล่งที่มาของเงินสนับสนุนอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อสาธารณะ นพ.เปรมศักดิ์ย้ำเตือนว่าผู้มีอำนาจควรพิจารณาในภาพรวมอย่างรอบคอบ ทั้งในส่วนของโครงสร้างองค์กร บุคลากร ทรัพย์สิน ตลอดจนทิศทางการดำเนินงานในระยะยาว แทนที่จะมองไทยพีบีเอสเป็นเพียงแค่สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากบทบาทที่แท้จริงของสื่อสาธารณะต้องครอบคลุมถึงทุกแพลตฟอร์มที่ช่วยขับเคลื่อนและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ
การพึ่งพางบประมาณแผ่นดินปกติแทนภาษีบาปถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจทำให้สถานะทางการเงินของสื่อสาธารณะผูกติดกับรัฐบาลชุดปัจจุบันโดยตรง ซึ่งในทางทฤษฎีสื่อสารมวลชน การตัดขาดจากงบประมาณรัฐคือเกราะป้องกันความพยายามแทรกแซงทางการเมือง การย้อนกลับไปใช้งบปกติจึงสร้างความกังวลเรื่องการสูญเสียกลไกตรวจสอบอำนาจรัฐ
นพ.เปรมศักดิ์ยังได้กล่าวเท้าความถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อเสรีภาพของสื่อมวลชนไทย ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ความรุนแรงและการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารในอดีตทำให้สังคมตระหนักถึงความจำเป็นของสื่อที่ไม่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำ จนนำพาเส้นทางพัฒนาการจากสถานีโทรทัศน์ไอทีวีมาสู่การก่อตั้งไทยพีบีเอสในปัจจุบัน สว.รายนี้จึงมองว่าหากสุดท้ายแล้วองค์กรสื่อสาธารณะแห่งนี้ต้องสูญเสียความเป็นอิสระและถูกลดสถานะให้กลายกลับไปเป็นสื่อของรัฐ การดำรงอยู่ต่อไปก็อาจไม่มีความจำเป็นและสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินเปล่าๆ
"หากประเทศไทยยังต้องการสื่อสาธารณะ ทางออกควรเป็นการปฏิรูปไทยพีบีเอสให้ทำงานครอบคลุมสื่อทุกระบบอย่างครบวงจร และทำให้ประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงไม่ใช่เหมือนทุกวันนี้"
นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ
นอกจากประเด็นเรื่องงบประมาณแล้ว นพ.เปรมศักดิ์ยังเปิดเผยถึงปัญหาภายในองค์กรไทยพีบีเอส โดยระบุว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอิทธิพลของกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่เข้าไปครอบงำการบริหารงาน รวมถึงปัญหาความขัดแย้งและความไม่โปร่งใสภายใน ซึ่งองค์กรมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบอย่างโปร่งใส พร้อมระบุว่าตนเคยยื่นกระทู้ตั้งคำถามในที่ประชุมวุฒิสภาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้มาแล้ว และกำลังรอคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากผู้บริหารสถานีต่อไป
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น