ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Karl Deisseroth และคณะคว้ารางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ปี 2026

Karl Deisseroth จิตแพทย์และนักประสาทวิทยาชาวสหรัฐฯ พร้อมเพื่อนร่วมงานชาวเยอรมันคว้าโนเบลสาขาการแพทย์จากผลงานออปโตเจเนติกส์

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
05 Oct 2026ที่มา: BBC Health2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Karl Deisseroth และคณะคว้ารางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ปี 2026

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Karl Deisseroth พร้อมเพื่อนร่วมงานคว้ารางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ประจำปี 2026 จากผลงานออปโตเจเนติกส์
  • ผลงานวิจัยนี้ช่วยให้วิทยาศาสตร์ไขความลับวงจรประสาทที่ควบคุมความรู้สึกและความทรงจำได้
  • คณะกรรมการโนเบลระบุว่าเทคนิคนี้เปิดยุคใหม่ให้นักประสาทวิทยาและช่วยปูทางรักษาโรคทางตา
  • เงินรางวัลรวมมูลค่า 900,000 ปอนด์จะถูกแบ่งเท่ากันระหว่างผู้ชนะทั้งสามคน

รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์หรือสรีรวิทยาประจำปี 2026 ถูกมอบให้กับนักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกเทคนิคออปโตเจเนติกส์ โดยมี Karl Deisseroth จิตแพทย์และนักประสาทวิทยาชาวสหรัฐอเมริกา จับมือร่วมงานกับนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันอย่าง Peter Hegemann และ Georg Nagel เพื่อไขความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับกลไกการทำงานของสมองมนุษย์

คณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบลยกย่องว่าความสำเร็จของทั้งสามคนคือการวางรากฐานยุคใหม่แห่งประสาทวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถเปิดเผยวงจรประสาทเบื้องหลังความทรงจำและความรู้สึกเฉพาะตัว ตลอดจนพฤติกรรมที่เชื่อมโยงกับโรคทางจิตเวชและระบบประสาทได้อย่างแม่นยำ

"ออปโตเจเนติกส์ได้เปลี่ยนแปลงความเข้าใจเกี่ยวกับสมองของเราไปอย่างสิ้นเชิง"

สมัชชาโนเบล

เทคนิคออปโตเจเนติกส์อาศัยการใช้โปรตีนพิเศษที่ยืมมาจากสาหร่าย เพื่อช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถควบคุมการทำงานของเซลล์ไฟฟ้าผ่านแสงสว่าง โดยในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ทาง Hegemann และ Nagel ได้ค้นพบโปรตีนแชนแนลโรดอปซิน (channelrhodopsin) ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวดังกล่าว ซึ่งต่อมาเปิดทางให้นักวิจัยสามารถศึกษาเซลล์ประสาทในสัตว์ทดลองได้อย่างละเอียด

£900kมูลค่าเงินรางวัลโนเบล
12mโครนสวีเดนที่ผู้ชนะได้รับร่วมกัน
neurology brain neural pathway scientific graphic

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในแง่ของการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ นักวิจัยกำลังใช้ระเบียบวิธีนี้เพื่อพยายามฟื้นฟูการมองเห็นให้กับผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตา โดยความคืบหน้าในการทดลองทางคลินิกพบว่านักวิทยาศาสตร์กำลังทำงานเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคจอตาเสื่อม (retinitis pigmentosa) กลับมามองเห็นได้อีกครั้งผ่านการฝังโปรตีนพิเศษและสวมแว่นตาพิเศษที่ปล่อยแสง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ออปโตเจเนติกส์ (Optogenetics) ถือเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่ผสานชีววิทยาเข้ากับแสงเลเซอร์หรือแสงความยาวคลื่นจำเพาะ ช่วยให้วงการแพทย์สามารถเปิดและปิดการทำงานของเซลล์ประสาทจำเพาะเจาะจงได้แบบเรียลไทม์ ต่างจากยาหรือกระแสไฟฟ้าแบบดั้งเดิมที่มักส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง การต่อยอดไปสู่การรักษาโรคตาหรือโรคทางสมองในอนาคตจึงมีความแม่นยำสูงมากและลดผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงได้ดี

ผู้ชนะทั้งสามท่านระบุว่าการได้รับรางวัลครั้งนี้เป็นเรื่องที่วิเศษสุดและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้แบ่งปันความสำเร็จร่วมกัน โดยเงินรางวัลมูลค่า 900,000 ปอนด์ หรือราว 12 ล้านโครนสวีเดน จะถูกแบ่งปันระหว่างทั้งสามคนอย่างเท่าเทียมกัน

ที่มา: BBC Health

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้