Carlos Sainz จี้ F1 ทบทวนกฎเครื่องยนต์ใหม่หลังเกิดบั๊กซอฟต์แวร์
Carlos Sainz ชี้กฎเครื่องยนต์ F1 ชุดใหม่ซับซ้อนเกินไป หลังซอฟต์แวร์พาวเวอร์ยูนิตขัดข้องทำรถสตาร์ทไม่ออกจนต้องเลื่อนแข่ง 1 ชั่วโมงครึ่ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ซอฟต์แวร์เครื่องยนต์ขัดข้องทำรถ F1 มีปัญหาการออกตัวจนต้องเลื่อนการแข่งขันไป 1.5 ชั่วโมง
- Carlos Sainz ชี้กฎระเบียบชุดใหม่มีความซับซ้อนเกินไปสำหรับนักแข่งและทีมงาน
- เครื่องยนต์ไฮบริดแบบแบ่งพลังงาน 50-50 ขาดแคลนพลังงานและลดทอนความสามารถของนักขับ
- FIA เตรียมปรับเปลี่ยนสัดส่วนพลังงานไฟฟ้าลดลงเหลือ 15-25% ในอนาคต
การแข่งขันรถสูตรหนึ่งหรือ Formula 1 กำลังเผชิญกับแรงกดดันครั้งใหญ่ หลังจากเกิดปัญหาความผิดพลาดทางซอฟต์แวร์ในระบบเครื่องยนต์สำหรับสภาพอากาศเปียกชื้น ส่งผลให้รถแข่งจำนวนมากไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ในช่วงการวิ่งอบในสนาม (formation laps) ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เหตุการณ์ดังกล่าวบีบให้คณะกรรมการต้องยกเลิกการออกตัวรอบแรก ต้องออกโค้ดซอฟต์แวร์ใหม่ และทำให้การแข่งขันต้องล่าช้าออกไปจากกำหนดการเดิมถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
ความผิดพลาดครั้งนี้จุดชนวนให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากบุคลากรในวงการ โดย Carlos Sainz นักขับชื่อดังในฐานะกรรมการสมาคมนักขับ Grand Prix (Grand Prix Drivers' Association) ได้ออกมาเปิดเผยถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของกีฬาชนิดนี้อย่างตรงไปตรงมาว่ากฎระเบียบในปัจจุบันมีความซับซ้อนจนเกินไปสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง
"It is clear the regulations are extremely complicated for the drivers, for the teams, for the power units and for the manufacturers. Who decided five years ago that this was the direction to go?"
Carlos Sainz
Sainz ระบุเพิ่มเติมว่า แม้ทางสหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ (FIA) และผู้บริหาร F1 จะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ทิศทางที่ถูกตัดสินใจไปเมื่อสี่หรือห้าปีที่แล้วกลับเป็นสิ่งที่ผิดพลาด และวงการมอเตอร์สปอร์ตจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอยเดิม ทางด้าน FIA เองก็ได้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยการประกาศเริ่มกระบวนการตรวจสอบสถานการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียด (full review) หลังจากพบว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากสภาพสนามที่ไม่มีการวิ่งในสภาพฝนตกเลยตลอดปี ทำให้ไม่เคยตรวจพบเงื่อนไขเฉพาะที่กระตุ้นให้เกิดบั๊กนี้มาก่อน
วิเคราะห์เพิ่มเติม: ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากตัวซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงข้อจำกัดทางวิศวกรรมของกฎระเบียบเครื่องยนต์ไฮบริดยุคใหม่ที่มีการแบ่งสัดส่วนพลังงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 50-50 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Audi และ Ford รวมถึงรั้งให้ Honda อยู่ต่อ อย่างไรก็ตาม การที่แบตเตอรี่หมดเร็วจนต้องชาร์จไฟซ้ำหลายรอบต่อหนึ่งรอบสนาม ทำให้รถต้องลดความเร็วในช่วงปลายทางตรงและทำให้โค้งที่ท้าทายสูญเสียความตื่นเต้นไป กลายเป็นเพียงจุดชาร์จพลังงานตามที่นักขับระดับแชมป์โลกอย่าง Fernando Alonso เคยกล่าวไว้
กฎระเบียบปัจจุบันจำกัดให้พลังงานไฟฟ้าลดลงจาก 350 กิโลวัตต์ (470 แรงม้า) เหลือเพียง 250 กิโลวัตต์ (335 แรงม้า) เมื่อขับขี่ในสภาพฝนตก ซึ่งสร้างความอึดอัดให้กับนักขับและทำให้ทักษะส่วนตัวมีผลน้อยลงในการควบคุมรถ ทางผู้บริหาร F1 และซัพพลายเออร์เครื่องยนต์จึงกำลังเร่งหาทางออกสำหรับสูตรเครื่องยนต์ใหม่ในอนาคต โดยคาดว่าอาจเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบที่มีสัดส่วนพลังงานไฟฟ้าเพียง 15-25% และใช้เป็นระบบ push-to-pass แทน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนพลังงานและเรียกความสนุกกลับคืนสู่การแข่งขัน
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น