OpenAI เตรียมใส่ลายน้ำข้อความ ChatGPT ในสหภาพยุโรป
OpenAI เริ่มใส่ลายน้ำล่องหนในข้อความจาก ChatGPT และ Codex ในยุโรป เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย EU AI Act ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 2 สิงหาคม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- OpenAI เริ่มใส่ลายน้ำในข้อความ ChatGPT และ Codex ใน EU
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย EU AI Act ด้านความโปร่งใส
- เปิดตัวเทคโนโลยี textGrain พัฒนาร่วมกับนักวิจัยชั้นนำ
- จำกัดการเข้าถึงเครื่องมือตรวจจับเฉพาะผู้เชี่ยวชาญก่อน
OpenAI ประกาศผ่านบล็อกโพสต์เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2026 ว่าบริษัทกำลังจะเริ่มใส่ลายน้ำแบบมองไม่เห็นลงในข้อความที่สร้างโดย ChatGPT และ Codex ภายในภูมิภาคสหภาพยุโรป โดยการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปฏิบัติตามกฎข้อบังคับด้านความโปร่งใสภายใต้กฎหมาย EU AI Act ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา และกำหนดให้บริษัทผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ต้องทำเครื่องหมายบนเนื้อหาที่สร้างจาก AI เพื่อให้ระบบอื่นๆ สามารถตรวจสอบและแยกแยะได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
พร้อมกับการประกาศดังกล่าว OpenAI ยังได้เผยแพร่รายงานทางเทคนิคสำหรับวิธีการที่เรียกว่า textGrain ซึ่งพัฒนาร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียและมหาวิทยาลัยเยล รายงานฉบับนี้อธิบายถึงกระบวนการใช้คีย์ลับในการจัดเรียงคำทำนายถัดไปเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์ เมื่อนำการปรับแต่งเหล่านี้มารวมกันนับร้อยครั้ง เครื่องมือตรวจจับจะสามารถระบุเนื้อหาที่สร้างโดย AI ได้โดยอาศัยเพียงตัวข้อความและคีย์ลับดังกล่าวเท่านั้น
การที่ OpenAI ตัดสินใจนำระบบใส่ลายน้ำข้อความมาใช้ในยุโรปถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญท่ามกลางแรงกดดันด้านกฎระเบียบระดับโลก ย้อนกลับไปในปี 2024 เคยมีรายงานจาก The Wall Street Journal ระบุว่าบริษัทเคยพัฒนาลายน้ำข้อความเสร็จแล้วแต่ชะลอการปล่อยออกไป เนื่องจากความกังวลว่าผู้ใช้งานอาจย้ายไปใช้บริการของคู่แข่งที่ไม่บังคับใส่ลายน้ำ การที่ EU AI Act บังคับใช้จริงจึงกลายเป็นปัจจัยบังคับทางกฎหมายที่ทำให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ต้องยอมรับเงื่อนไขนี้ร่วมกัน เช่นเดียวกับบริษัทยักษ์ใหญ่รายอื่นอย่าง Anthropic, Google, Meta และ Microsoft ที่ได้ร่วมให้คำมั่นสัญญาว่าจะปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติของสหภาพยุโรปเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ระบบลายน้ำนี้ยังมีข้อจำกัดในการใช้งาน โดยผลการทดสอบของ OpenAI ชี้ให้เห็นว่าลายน้ำสามารถถูกลดทอนประสิทธิภาพลงได้ผ่านการแก้ไขข้อความ
- การแทนที่คำด้วยคำพ้องความหมาย 10% ของข้อความทั้งหมด สามารถลดความแม่นยำในการตรวจจับจากประมาณ 92% เหลือ 66%
- ข้อความสั้น
- คำตอบทางคณิตศาสตร์
- เนื้อหาที่มีการแปลภาษา
ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้ระบบตรวจจับมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางบริษัทจึงตัดสินใจเปิดให้เข้าถึงเครื่องมือตรวจจับในระยะเริ่มต้นเฉพาะกลุ่มนักวิจัยที่ได้รับการอนุมัติและองค์กรผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อช่วยประเมินความน่าเชื่อถือและการใช้งานด้วยความรับผิดชอบต่อไป
"ลายน้ำสามารถบ่งชี้ว่าระบบของ OpenAI สร้างหรือประมวลผลข้อความส่วนหนึ่ง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่ามีมนุษย์เข้ามาใช้วิจารณญาณ การแก้ไข หรือความคิดสร้างสรรค์มากน้อยเพียงใด"
OpenAI
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น