สถาปัตยกรรมจิตใต้สำนึก เจาะลึกพลังงานที่มองไม่เห็นในงานออกแบบ
กลุ่มสถาปนิกชั้นนำเผยเบื้องหลังการสร้างพื้นที่ที่สื่อสารกับอารมณ์และความรู้สึก ผ่านพอดแคสต์ Room For Dreams

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สถาปนิก 4 ท่านร่วมถอดรหัสการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยจิตใต้สำนึก
- ใช้วิธีบีบอัดและคลายพื้นที่เพื่อสร้างความรู้สึกตื่นเต้นและค้นพบ
- แนวคิดการดีไซน์เน้นการฟังอย่างลึกซึ้งและการสร้างสรรค์แบบฉับพลัน
- สะท้อนบทบาทสถาปนิกอินเดียในฐานะที่ปรึกษาชีวิตข้ามรุ่น
ในวงการสถาปัตยกรรมปัจจุบัน การสร้างสรรค์พื้นที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความสวยงามทางกายภาพ แต่ยังต้องเชื่อมโยงไปถึงมิติทางจิตวิทยาด้วย ล่าสุดในรายการพอดแคสต์ Room For Dreams ตอนที่ 11 ซึ่งดำเนินรายการโดย Claire Brodka ได้เชิญสถาปนิกชื่อดัง 4 ท่าน ได้แก่ Piyush Mehra จาก PS Design, Devika Khosla จาก The Works Interiors, Love Choudhary จาก AND Studio และ Amit Porwal จาก IPIPL มาร่วมพูดคุยในหัวข้อ Subconscious Spaces เพื่อสำรวจพลังงานที่มองไม่เห็นซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังจิตวิญญาณของงานออกแบบ
เหล่าดีไซเนอร์ได้ร่วมกันชำแหละเทคนิคเฉพาะตัวที่นำมาใช้เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของผู้ใช้งาน โดยหนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือการใช้ลำดับขั้นตอนของการบีบอัดพื้นที่และการปล่อยโล่งสลับกัน เพื่อสร้างความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนได้ค้นพบสิ่งใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเลือกใช้รูปทรงที่มีความเคลื่อนไหวและแสงธรรมชาติเข้ามาช่วยทดแทนการสร้างห้องสี่เหลี่ยมผืนผบทั่วไปที่ไร้ชีวิตชีวา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
แก่นแท้ของการสนทนาครั้งนี้ตั้งอยู่บนปรัชญาที่ว่า ทุกสภาพแวดล้อมล้วนมีออร่าหรือพลังงานแฝงอยู่ ซึ่งประสาทสัมผัสของมนุษย์จะรับรู้ได้ในระดับจิตใต้สำนึกก่อนที่สมองจะทันได้ประมวลผลรายละเอียดทางกายภาพเสียอีก เพื่อที่จะดึงเอาพลังงานเหล่านี้ออกมาใช้งาน เหล่าคณะผู้ร่วมเสวนาจึงสนับสนุนให้ใช้กระบวนการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณ รากฐานสำคัญจึงมาจากการตั้งใจฟังอย่างลึกซึ้งและการสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
แนวคิดเรื่องสถาปัตยกรรมจิตใต้สำนึก (Subconscious Architecture) หรือบางครั้งเรียกว่าศาสตร์ด้านประสาทสถาปัตยกรรม (Neuroarchitecture) เป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความสนใจทั่วโลก เนื่องจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยันตรงกันว่า เพดานสูง แสงธรรมชาติ และเส้นโค้งของอาคาร ล้วนส่งผลโดยตรงต่อระดับฮอร์โมนความเครียดและความคิดสร้างสรรค์ของผู้อยู่อาศัย การนำแนวทางนี้มาประยุกต์ใช้จึงเปลี่ยนตึกนิ่งๆ ให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตและเยียวยาจิตใจได้จริง
แนวทางการออกแบบที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจผู้อยู่อาศัยเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทอันเป็นเอกลักษณ์ของนักออกแบบในบริบทของประเทศอินเดีย ที่ซึ่งผู้ปฏิบัติงานมักจะทำหน้าที่เสมือนเป็นที่ปรึกษาประจำครอบครัวไปตลอดชีวิตและขยายขอบเขตความสัมพันธ์ข้ามรุ่น การที่คณะสถาปนิกได้กลับไปสำรวจผลงานในอดีตเพื่อดูว่าสภาพแวดล้อมเหล่านั้นเติบโตและปรับตัวอย่างไรตามกาลเวลา ยิ่งช่วยตอกย้ำว่าเป้าหมายสูงสุดของการดีไซน์ไม่ใช่การสร้างอนุสาวรีย์ที่หยุดนิ่ง แต่เป็นการปั้นแต่งพื้นที่ที่มอบความอิ่มเอมทางอารมณ์ เพื่อให้ผู้ใช้งานรู้สึกถึงการมีส่วนร่วม ดื่มด่ำ และได้รับความสะดวกสบายอย่างแท้จริง
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น