อนุทินสั่ง ปภ. เร่งทำความเข้าใจชาวบ้านรื้อคันกั้นน้ำ
นายกฯ อนุทินรับทราบปัญหารื้อคันกั้นน้ำ ปราจีนบุรี-นครนายก อธิบดี ปภ. นิรัตน์สั่งผู้ว่าฯ เร่งเคลียร์ชาวบ้าน พร้อมรับมือ 10 วันอันตราย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ อนุทินรับทราบปัญหารื้อคันกั้นน้ำ ปราจีนบุรี-นครนายกแล้ว
- อธิบดี ปภ. นิรัตน์สั่งผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งทำความเข้าใจประชาชนด่วน
- ชี้คันกั้นน้ำสำคัญต่อทิศทางน้ำและต้องมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
- เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำใต้ช่วง 10 วันอันตรายอย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ถึงกรณีความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดนครนายก จากการกระทบกระทั่งกันเรื่องการรื้อคันกั้นน้ำ โดยระบุว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว พร้อมแนะให้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ทางด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดี ปภ. ได้ชี้แจงแนวทางการแก้ปัญหาว่า จะต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งฝั่งเหนือและฝั่งใต้คันกั้นน้ำให้ชัดเจนถึงวัตถุประสงค์และประโยชน์ที่จะได้รับจากการบริหารจัดการน้ำ พร้อมทั้งประเมินผลกระทบที่แต่ละฝั่งจะได้รับอย่างละเอียด ทั้งในแง่ของระดับน้ำ ปริมาณผู้ได้รับผลกระทบ มาตรการเยียวยา และระยะเวลาที่จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว
การบริหารจัดการน้ำในฤดูน้ำหลากมักสร้างความขัดแย้งระหว่างชุมชนต้นน้ำและปลายน้ำเนื่องจากผลกระทบที่ได้รับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝั่งเหนือน้ำมักต้องแบกรับปริมาณน้ำที่มากกว่าเพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจหรือชุมชนอื่น ขณะที่ฝั่งใต้กังวลเรื่องน้ำท่วมขัง การที่ ปภ. เน้นย้ำเรื่องการเยียวยาและทำความเข้าใจจึงเป็นกลไกสำคัญในการลดความขัดแย้งในพื้นที่วิกฤต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นายนิรัตน์ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของคันกั้นน้ำว่าเป็นเครื่องมือหลักในการกำหนดทิศทางการไหลของน้ำและการป้องกันพื้นที่สำคัญ ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันพิจารณาความเหมาะสมของระดับการกั้นน้ำอย่างรอบคอบ โดยได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองจังหวัดลงพื้นที่เร่งทำความเข้าใจและหาทางออกร่วมกับประชาชนโดยเร็วที่สุดเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียด
นอกจากนี้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังเผชิญกับช่วงเวลาสำคัญ หรือที่เรียกว่า 10 วันอันตราย ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนเพื่อลดความเสียหายและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างทันท่วงที
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น