Christopher Glass ออกแบบฉากเอียงและระเบิดลายสก็อตในภาพยนตร์
Christopher Glass ผู้อำนวยการสร้างฉากภาพยนตร์ เผยเบื้องหลังการเนรมิตฉากออฟฟิศเอียง 15 องศาในภาพยนตร์ I Love Boosters ของ Boots Riley

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Christopher Glass ออกแบบฉากออฟฟิศเอียง 15 องศาในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ Boots Riley
- ภาพยนตร์ I Love Boosters นำแสดงโดย Keke Palmer, Demi Moore และ Eiza González
- เบื้องหลังความสำเร็จยังรวมถึงงานออกแบบโฆษณา HomePod ของ Apple และภาพยนตร์ The Jungle Book
- Glass เน้นการใช้เอฟเฟกต์เชิงปฏิบัติจริง เช่น ลูกบอลขยะยักษ์และลายสก็อตระเบิด
Christopher Glass ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายผลิต (Production Designer) ได้ฝากผลงานการออกแบบฉากอันน่าตื่นตาตื่นใจในภาพยนตร์เรื่องล่าสุด I Love Boosters ของผู้กำกับชาวอเมริกัน Boots Riley โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ระดมทัพนักแสดงชื่อดังอย่าง Keke Palmer, Demi Moore และ Eiza González มาร่วมงาน
ในเรื่องนี้ Demi Moore รับบทเป็น Christie Smith ดีไซเนอร์แฟชั่นสาวผู้ฉาวโฉ่ ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ในอาคารสมมติต้นแบบจาก Millennium Tower ของซานฟรานซิสโก อาคารลักชัวรีแห่งนี้กำลังทรุดตัวลงจนทำให้ตึกเอียง ฉากสำนักงานในภาพยนตร์จึงล้อเลียนปัญหาโครงสร้างนี้ด้วยการสร้างห้องทำงานที่เอียงกระเท่เร่ จนทำให้คนที่ก้าวเข้ามาต้องลื่นไถลและยากลำบากในการปิดประตู

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
แม้บทภาพยนตร์จะระบุความเอียงไว้ที่ 45 องศา แต่ในทางปฏิบัติจริง ฉากนี้ถูกสร้างขึ้นที่มุม 15 องศา นอกจากนี้ เอฟเฟกต์หลายอย่างในเรื่อง เช่น ลูกบอลขยะยักษ์อันตรายที่คอยไล่ตามตัวละครของ Palmer และลายสก็อตที่ระเบิดออกจากชุดเดรส ล้วนเป็นเอฟเฟกต์จริงๆ ที่สร้างขึ้นโดย Glass และทีมงาน
"I was very hands-on in the battlefield dressing, like dark ash all over the place and setting up body parts for blown up people. It's just because I'm a nerd for filmmaking and and if I if I'm not doing something I start to feel too separated from the process."
Christopher Glass
ก่อนหน้านี้ Glass เคยฝากฝีมือไว้ในโปรเจกต์ระดับบล็อกบัสเตอร์และโฆษณาชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโลกดิจิทัลผสมผสานทางกายภาพใน The Jungle Book หรือห้องโถงริบบิ้นสุดอลังการในโฆษณา HomePod ของ Apple ฝีมือการเนรมิตฉากที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลในกระบวนการสร้างภาพยนตร์อย่างแท้จริง
การออกแบบฉากภาพยนตร์ที่มีความลาดเอียงหรือปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ (Practical Effects) ถือเป็นความท้าทายทางวิศวกรรมและศิลปะการจัดวางองค์ประกอบ เนื่องจากทีมงานต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนักแสดงในขณะที่ต้องรักษาอารมณ์ขันเสียดสีเนื้อเรื่องไปพร้อมกัน การเลือกใช้ฉากจริงทำมุม 15 องศาแทนที่จะเป็น 45 องศาตามบท ช่วยให้การเคลื่อนไหวของนักแสดงดูสมจริงและควบคุมได้มากกว่า
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น