ฟรานซิส ฮัลเซน คว้ารางวัลโนเบลฟิสิกส์จากกล้องโทรทรรศน์ไอซ์คิวบ์
ศ.ฟรานซิส ฮัลเซน นักฟิสิกส์ชาวเบลเยียม คว้ารางวัลโนเบลสาฟิสิกส์ จากผลงานการพัฒนาหอสังเกตการณ์ IceCube ที่ขั้วโลกใต้เพื่อตรวจจับอนุภาคนิวทรีโนจากห้วงอวกาศลึก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ศ.ฟรานซิส ฮัลเซน คว้าโนเบลฟิสิกส์จากผลงาน IceCube ที่ขั้วโลกใต้
- หอสังเกตการณ์ใช้แผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกาขนาด 1 ลูกบาศก์กิโลเมตร
- มุ่งตรวจจับนิวทรีโนพลังงานสูงจากกระบวนการรุนแรงนอกระบบสุริยะ
- ไอเดียดังกล่าวถูกนำเสนอครั้งแรกตั้งแต่ปี 1988 และใช้เซ็นเซอร์นับพันตัว
วงการวิทยาศาสตร์โลกต้องจารึกชื่อของ ศ.ฟรานซิส ฮัลเซน นักฟิสิกส์ชาวเบลเยียม ผู้คว้ารางวัลโนเบลสาฟิสิกส์ประจำปีนี้ จากความสำเร็จอันโดดเด่นในการนำทีมพัฒนาหอสังเกตการณ์ IceCube ที่ตั้งอยู่บริเวณขั้วโลกใต้ ซึ่งทำหน้าที่ไขความลับของเอกภพอันไกลโพ้นผ่านการตรวจจับอนุภาคพิเศษจากนอกโลก
โครงการดังกล่าวเริ่มต้นจากแนวคิดที่ฮัลเซนได้นำเสนอเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1988 ในการสร้างเครื่องมือเพื่อตรวจจับอนุภาคนิวทรีโนบริเวณแผ่นน้ำแข็งหนาทึบของทวีปแอนตาร์กติกา แม้ในตอนแรกผู้คนส่วนใหญ่รวมถึงตัวเขาเองจะมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะสำเร็จ แต่ด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นก็ทำให้โปรเจกต์นี้กลายเป็นจริงขึ้นมาได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อนุภาคนิวทรีโน หรือที่มักถูกเรียกว่าอนุภาคผี (Ghost particles) เป็นอนุภาคย่อยของอะตอมที่หาตัวจับได้ยากยิ่ง แม้ดวงอาทิตย์จะผลิตนิวทรีโนออกมานับพันล้านตัวที่พุ่งทะลุผ่านร่างกายมนุษย์ในทุก ๆ วินาทีโดยไม่เป็นอันตราย แต่ IceCube ถูกออกแบบมาเพื่อค้นหานิวทรีโนที่มีพลังงานสูงกว่ามาก ซึ่งถือกำเนิดจากเหตุการณ์ความรุนแรงระดับจักรวาลในกาแล็กซีอันห่างไกล
โครงสร้างของหอสังเกตการณ์แห่งนี้มีความน่าทึ่งเป็นอย่างมาก โดยประกอบไปด้วยสายเคเบิลยาวที่ติดตั้งเซ็นเซอร์นับพันตัว เจาะและแช่แข็งฝังลึกลงไปในบล็อกน้ำแข็งลูกบาศก์ขนาดมหึมา เพื่อรอจังหวะที่นิวทรีโนวิ่งมาชนกับนิวเคลียสของอะตอมและปล่อยแสงเรืองสีฟ้าออกมาให้เซ็นเซอร์ความไวสูงตรวจจับได้
"วิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำทางวิทยาศาสตร์ของเขาถือเป็นรากฐานสำคัญสำหรับหอสังเกตการณ์นิวทรีโน IceCube"
ราชアカデミー
ศาสตราจารย์มาร์ก เพียร์ซ ประธานคณะกรรมการโนเบลสาฟิสิกส์ ได้กล่าวชื่นชมความทุ่มเทของฮัลเซนและทีมงานวิศวกรนานาชาติที่ร่วมกันสร้างสรรค์เครื่องมือชิ้นเยี่ยมนี้ขึ้นมา ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้มนุษยชาติมองเห็นสิ่งที่กล้องโทรทรรศน์ทั่วไปส่องไม่ถึง แต่ยังเป็นการปูทางไปสู่ดาราศาสตร์ยุคใหม่อีกด้วย
การตรวจจับอนุภาคนิวทรีโนถือเป็นความท้าทายขั้นสูงสุดของฟิสิกส์ดาราศาสตร์ เนื่องจากอนุภาคเหล่านี้แทบไม่มีมวลและไม่ทำปฏิกิริยากับสสารอื่น การใช้มวลน้ำแข็งบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ที่ขั้วโลกใต้จึงเปรียบเสมือนการสร้างตาข่ายยักษ์กลางธรรมชาติ เพื่อรอจับร่องรอยจากเหตุการณ์ระเบิดครั้งใหญ่ในอดีตของเอกภพ ซึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจจุดกำเนิดและวิวัฒนาการของจักรวาลได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น