ข้ามไปเนื้อหาหลัก

MINI Countryman Untamed Edition 2027 ลุยทางวิบาก

MINI เปิดตัว Countryman Untamed Edition ขยายขีดความสามารถออฟโรดด้วยช่วงล่างยกสูง 15 มม. ยาง Pirelli และเต็นท์หลังคา ผลิตที่โรงงาน Leipzig พฤศจิกายน 2026 นี้

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
07 Oct 2026ที่มา: designboom3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
MINI Countryman Untamed Edition 2027 ลุยทางวิบาก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • MINI Countryman Untamed Edition ยกช่วงล่างสูงขึ้น 15 มม. และเพิ่มระยะใต้ท้องรถสูงสุด 19 มม.
  • ติดตั้งยาง Pirelli Scorpion All Terrain Plus และล้อ 19 นิ้วลายสไตล์ออฟโรด
  • ร่วมมือกับ Autohome ทำเต็นท์หลังคาแข็งรองรับน้ำหนักขณะจอดได้ถึง 300 กิโลกรัม
  • เริ่มสายการผลิตที่โรงงาน BMW Group Plant Leipzig ในเดือนพฤศจิกายน 2026 และวางจำหน่ายต้นปี 2027

แบรนด์รถยนต์ MINI ยกระดับรถยนต์ครอสโอเวอร์รุ่นใหญ่ที่สุดของค่ายให้พร้อมลุยเส้นทางธรรมชาติมากขึ้น ด้วยการเผยโฉม MINI Countryman Untamed Edition เวอร์ชันออฟโรดที่ปรับแต่งมาเพื่อการเดินทางนอกถนนดำโดยเฉพาะ โดยมีการปรับปรุงทั้งความสูง ช่วงล่าง และอุปกรณ์ภายนอกที่ช่วยปกป้องตัวรถจากเศษหินและรอยขีดข่วนจากการเดินทางไกล

การอัปเกรดหลักเริ่มต้นที่การยกช่วงล่างให้สูงขึ้น 15 มิลลิเมตร พร้อมสวมยาง Pirelli Scorpion All Terrain Plus และขึ้นอยู่กับตลาดและขุมพลังที่เลือก จะช่วยเพิ่มระยะใต้ท้องรถสูงสุดถึง 19 มิลลิเมตร นอกจากนี้ทาง MINI ยังได้ปรับจูนระบบบังคับเลี้ยวและระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ใหม่ พร้อมมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ALL4 รองรับในรุ่นที่เกี่ยวข้อง

15 มม.ความสูงช่วงล่างที่เพิ่มขึ้น
75 กก.น้ำหนักรับบนหลังคาขณะขับขี่
300 กก.น้ำหนักรับบนหลังคาขณะจอด

ดีไซน์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์ความเป็น MINI เอาไว้ได้อย่างชัดเจน แต่เสริมความดุดันด้วยล้อขนาด 19 นิ้วลายก้านกว้างห้าก้าน ตะแกรงหน้าลายแนวตั้งที่ทำให้ส่วนหน้าดูสูงขึ้น แผ่นกันกระแทกใต้กันชน และฟิล์มป้องกันสีดำด้านบริเวณซุ้มล้อและกาบข้างเพื่อป้องกันรอยหินดีด นอกจากนี้ยังมีสีภายนอกใหม่ Frozen Nomad Blue ซึ่งเป็นสีแมตต์รุ่นแรกที่ผลิตในซีรีส์ ควบคู่ไปกับสี Hideaway Grey, Nomad Blue, Nanuq White และ Midnight Black รวมถึงการใช้สี Dark Steel แทนโครเมียมเงาเดิม

modern crossover car exterior design

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในส่วนของการใช้งานยามหยุดพัก MINI ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตจากอิตาลีอย่าง Autohome พัฒนาเต็นท์หลังคาแบบฮาร์ดแชลล์ที่เปิดด้วยระบบแก๊สสตรัทและมีช่องเปิดรับวิวรอบด้าน โดยตัวรถรองรับน้ำหนักบนหลังคาได้ 75 กิโลกรัมขณะขับขี่ และมากถึง 300 กิโลกรัมเมื่อจอดรถนิ่ง พร้อมทั้งมีออปชันขอเกี่ยวลากพ่วงที่รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 2,000 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังร่วมมือกับแบรนด์อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง HELINOX เพื่อรังสรรค์ชุดเฟอร์นิเจอร์น้ำหนักเบาที่ออกแบบมาเข้าชุดกันโดยเฉพาะ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การที่ MINI เลือกพัฒนา Countryman Untamed Edition ให้ทำหน้าที่เสมือนฐานทัพเคลื่อนที่ (base camp) แทนที่จะเป็นแค่การตกแต่งสไตล์ลุยๆ ทั่วไป สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์การออกแบบรถยนต์ครอสโอเวอร์ยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวธรรมชาติ (Outdoor Lifestyle) อย่างแท้จริง การผสานอุปกรณ์เสริมอย่างเต็นท์หลังคาร่วมกับแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญช่วยเพิ่มประโยชน์ใช้สอยจริงในมิติต่างๆ ตั้งแต่การเดินทางเข้าถึงพื้นที่ การตั้งแคมป์ จนถึงการขับขี่กลับออกมา ซึ่งช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้งานกลุ่มที่ชื่นชอบการผจญภัย

ภายในห้องโดยสาร เน้นการใช้วัสดุและพื้นผิวที่สะท้อนกลิ่นอายธรรมชาติ เช่น เบาะนั่งสปอร์ต Nightshade Blue ที่ผสมผสานระหว่างวัสดุรูพรุน Vescin และผ้าถักลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากชั้นหิน แผงหน้าปัดลายผ้าทอสีเทาเข้มและน้ำเงิน คอนโซลกลางดีไซน์ใหม่พร้อมสายรัดยางยืดสไตล์กระเป๋าอุปกรณ์เทคนิค และพรมยางปูพื้นลายขึ้นรูปที่ช่วยกันสิ่งสกปรกหลังลุยเส้นทางธรรมชาติ

ด้านแผนการผลิตและการวางจำหน่าย รถรุ่นนี้จะเริ่มเข้าสู่สายการผลิตที่โรงงาน BMW Group Plant Leipzig ในเดือนพฤศจิกายน 2026 และมีกำหนดออกสู่ตลาดในช่วงต้นปี 2027 โดยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา แพ็กเกจนี้จะมีให้เลือกในทุกรุ่นย่อย ขณะที่ฝั่งยุโรปจะจำกัดเฉพาะรุ่นขับเคลื่อนไฟฟ้าเท่านั้น

ที่มา: designboom

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้