กทม. 2569: ชัชชาติสั่งเสริมเครื่องจักรเร่งระบายน้ำรอบนอก
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังรอบนอก กำชับเขตเร่งช่วยเหลือลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี พร้อมขอกำลังทหารและกรมราชทัณฑ์ช่วยขนสิ่งของ 6 ต.ค. 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กทม.ระดมเครื่องจักรและกำลังพลเร่งช่วยเหลือพื้นที่รอบนอกที่ยังประสบภัย
- เน้นย้ำพื้นที่วิกฤต เช่น ลลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี คลองสามวา และบางกะปิ
- ประสานกองทัพและกรมราชทัณฑ์ช่วยขนย้ายสิ่งของและกรอกกระสอบทราย
- สั่งห้ามมีขยะชิ้นใหญ่ตกค้างข้ามคืนพร้อมเร่งเก็บข้อมูลเยียวยาผู้ประสบภัย
สถานการณ์อุทกภัยในเขตกรุงเทพมหานครยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. และคณะผู้บริหาร ได้ร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์กับผู้แทนจากกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่รอบนอกซึ่งเป็นจุดเปราะบาง
ในการประชุมครั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมระบุว่าภารกิจหลักในปัจจุบันคือการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รอบนอกที่ยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในเขตลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี คลองสามวา และบางกะปิ ซึ่งทางสำนักงานเขตได้รับคำสั่งให้ลงพื้นที่ตรวจสอบทุกชุมชนและหมู่บ้านอย่างทั่วถึง เพื่อกระจายอาหาร สิ่งของอุปโภคบริโภค รวมถึงจัดหารถรับส่งประชาชน
"เชื่อว่าทรัพยากรยังมีเพียงพอ พร้อมกำชับให้ผู้อำนวยการเขตเร่งตรวจสอบชุมชนและหมู่บ้านที่ยังคงประสบปัญหา เพื่อกระจายความช่วยเหลือทั้งอาหาร สิ่งของอุปโภคบริโภค และรถรับส่งประชาชนอย่างทั่วถึง"
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากการบรรเทาทุกข์เบื้องต้นแล้ว ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลด โดยเน้นย้ำเรื่องการจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่และขยะริมถนนไม่ให้ตกค้างข้ามคืน เพื่อรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง นอกจากนี้ยังเปิดทางให้สำนักงานเขตสามารถเช่าเครื่องจักร จ้างเอกชน หรือเพิ่มกำลังคนเพื่อแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่ได้ทันที พร้อมเร่งสำรวจรวบรวมข้อมูลผู้ประสบภัยเพื่อเตรียมขั้นตอนการเยียวยาต่อไป
การบริหารจัดการน้ำท่วมในพื้นที่รอบนอกของกรุงเทพมหานครมักมีความท้าทายสูง เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำและมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ลุ่มต่ำ การที่ผู้ว่าฯ กทม. ดึงกำลังพลจากกองทัพและกรมราชทัณฑ์เข้ามาเสริมทัพ จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการระดมกำลังคนจำนวนมากเข้าสู่พื้นที่แอ่งกระทะและชุมชนท้ายซอยที่รถยนต์ขนาดใหญ่เข้าถึงยาก สะท้อนถึงการบูรณาการหน่วยงานหลายภาคส่วนรับมือภัยพิบัติในเขตเมืองใหญ่
ด้าน น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ได้ประสานขอรับการสนับสนุนกำลังพลเพิ่มเติมจากกองทัพและกรมราชทัณฑ์ เพื่อเข้ามาช่วยปฏิบัติงานสำคัญ ทั้งการขนส่งและลำเลียงสิ่งของ กระจายถุงยังชีพในจุดวิกฤต ช่วยงานกรอกกระสอบทราย ขนย้ายขยะ ตลอดจนการขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่แอ่งกระทะและชุมชนท้ายซอยที่ระบายน้ำได้ยาก
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น