กระแสไอศกรีมโยเกิร์ต Froyo คืนชีพใน UK ราคาพุ่งถ้วยละ 12 ปอนด์
ไอศกรีมโยเกิร์ตหรือ Froyo กลับมาฮิตอีกครั้งในปี 2026 ท่ามกลางกระแสโซเชียลและรสชาติวัยเด็ก แต่ต้องลุ้นว่าจะรอดตัวหลังราคาพุ่งสูงถึง 12 ปอนด์ต่อถ้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Froyo กลับมาได้รับความนิยมในสหราชอาณาจักรอีกครั้งในปี 2026 หลังเคยฮิตสุดๆ ในช่วงปลายยุค 2000 ถึงต้นยุค 2010
- แบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Yo-Chi รวมทั้ง Go Greek, Myka และ Frurt แห่เปิดสาขาใหม่ลุยตลาดในลอนดอนและเมืองอื่นๆ
- ผู้บริโภคยอมต่อคิวยาวนานถึง 45 นาทีและจ่ายเงินสูงถึง 12 ปอนด์ต่อถ้วยเพื่อแลกกับประสบการณ์แต่งหน้าไอศกรีมตามใจชอบ
ไอศกรีมโยเกิร์ตหรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า Froyo กลับมาสร้างกระแสเกรียวกราวในสหราชอาณาจักรอีกครั้งในปี 2026 นี้ โดยมีผู้คนจำนวนมากยอมสละเวลายืนต่อคิวนานนับชั่วโมงเพื่อลิ้มรสชาติหวานเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ Kiersten Paterno นักศึกษาวัย 19 ปี เป็นหนึ่งในลูกค้าที่ยอมยืนรอคิวนานถึง 45 นาที เผยว่าความสนุกอยู่ที่การได้เลือกสรรรสชาติและแต่งหน้าไอศกรีมด้วยท็อปปิ้งสารพัดรูปแบบตามใจชอบ
ย้อนกลับไปในช่วงปลายยุค 2000 และต้นยุค 2010 Froyo เคยเป็นกระแสโด่งดังขีดสุดในแดนผู้ดีโดยเฉพาะในกรุงลอนดอน แบรนด์ดังในตำนานอย่าง Snog เคยมีสาขามากถึง 10 แห่งในเมืองหลวง ขณะที่แบรนด์อื่นๆ อย่าง AngelBerry ก็เคยเปิดให้บริการทั้งในเมืองบริสตอลและไบรตัน ก่อนที่กระแสจะค่อยๆ ซาลงไปในที่สุด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับการกลับมาครั้งในปีนี้ ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งความคิดถึงยุคเก่า ความนิยมบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และภาพลักษณ์ของขนมหวานที่ดูใส่ใจสุขภาพมากกว่าไอศกรีมทั่วไป แบรนด์ใหม่ๆ และแบรนด์นำเข้าหลายราย เช่น Go Greek, Myka และ Yo-Chi ได้ฤกษ์เปิดตัวสาขาในลอนดอน ขณะที่ Frurt ซึ่งเติบโตแถบภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษและยอร์กเชียร์ ก็ได้ขยายสาขาใหม่เพิ่มที่เมืองเลสเตอร์เช่นกัน
แม้ว่าสนนราคาต่อถ้วยจะพุ่งสูงถึง 12 ปอนด์ ซึ่งไม่ใช่ราคาสำหรับขนมทานเล่นทั่วไป แต่ร้านค้าเหล่านี้กลับดึงดูดลูกค้าให้มายืนเข้าคิวรอกันนับร้อยคนเพื่อสร้างสรรค์ถ้วยของหวานในแบบฉบับของตนเอง ด้าน Kiersten ยอมรับว่าสินค้านี้มีราคาค่อนข้างสูง แต่เธอก็ไม่เกี่ยงที่จะจ่ายเพิ่มเพื่อแลกกับการเป็นของทานเล่นในโอกาสพิเศษ เนื่องจากสามารถควบคุมปริมาณและระดับความหวานได้ด้วยตัวเอง
"ผู้คนกำลังกลับมาเพื่อสัมผัสประสบการณ์วัยเด็กอีกครั้งเล็กๆ น้อยๆ"
Clarke, ตัวแทนจากแบรนด์ Yo-Chi
ข้อมูลจากบริษัทวิจัย Market Data Forecast ประเมินว่า ตลาดไอศกรีมโยเกิร์ตในทวีปยุโรปจะมีมูลค่าแตะ 434 ล้านปอนด์ในปี 2026 เพิ่มขึ้นจาก 419 ล้านปอนด์ในปีที่ผ่านมา โดยแบรนด์ดังจากออสเตรเลียอย่าง Yo-Chi ได้เปิดสาขาในย่านน็อตติ้งฮิลล์เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ด้วยความหลากหลายของท็อปปิ้งและบรรยากาศร้านที่เป็นกันเอง
การฟื้นคืนชีพของเทรนด์อาหารในลักษณะนี้ (Retro Comeback) มักขับเคลื่อนด้วยภาวะจิตวิทยาที่ผู้บริโภคโหยหาความสุขในอดีต (Nostalgia Marketing) ผสมผสานกับการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์บนโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญที่ทำให้เทรนด์นี้เคยล่มสลายไปเมื่อปลายยุค 2010 คือปัญหาตลาดอิ่มตัวและการที่ผู้บริโภคตระหนักถึงปริมาณน้ำตาลที่แท้จริง ประกอบกับต้นทุนและราคาขายที่สูงถึง 12 ปอนด์ต่อถ้วยในปัจจุบัน อาจทำให้ความยั่งยืนของธุรกิจนี้กลายเป็นโจทย์ใหญ่ในระยะยาวเมื่อกระแสความเห่อเริ่มซาลง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางด้าน Vhari Russell ผู้ก่อตั้ง Food Marketing Experts ระบุว่า การอิ่มตัวของตลาดและวัฏจักรของกระแสความนิยมที่เสื่อมสลายไปตามธรรมชาติ คือสาเหตุหลักที่ทำให้ Froyo เคยหายไปจากตลาดในอุดหนุนช่วงปลายยุค 2010 เนื่องจากแบรนด์ผู้นำอย่าง Snog ต้องเผชิญการแข่งขันดุเดือดจากคู่แข่งรายอื่น ประกอบกับผู้บริโภคเริ่มตระหนักว่าขนมชนิดนี้อาจไม่ได้มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น